thansettakij
thansettakij
เงินกองทุน7 แสนล้านหนีซบแบงก์

เงินกองทุน7 แสนล้านหนีซบแบงก์

21 พ.ค. 63 | 23:35 น.
อัปเดตล่าสุด :22 พ.ค. 63 | 06:38 น.

เงินฝากแบงก์โตพุ่ง 9 แสนล้าน รับอานิสงส์ลดเงินนำส่งกองทุนฟื้นฟู พยุงรายได้ดอกเบี้ยไตรมาสแรกชี้ค่าธรรมเนียมขาลง กันสำรองเพิ่มฉุดกำไรสุทธิหดตัว 7.3% ทีเอ็มบีชี้ ปีนี้ทุกธนาคารพยายามดูแลคุณภาพสินเชื่อ ป้องกันตกชั้นเป็น Stage 3 หวั่นภาระกันสำรองเร่งตัวไตรมาส 4 ถึงต้นปีหน้าหลังจบมาตรการพักหนี้

ผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 1 ปี 2563 พบว่า รายได้จากธุรกิจหลักของระบบธนาคารทรงตัว ขณะที่มีกำไรสุทธิ 5.29 หมื่นล้านบาท ลดลง 7.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 5.71 หมื่นล้านบาท ซึ่งมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 1.38 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 1.28 แสนล้านบาท ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ 3.38 หมื่นล้านบาท ลดลง  3.7% จากช่วง เดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 3.51 หมื่นล้านบาท โดยรายได้ค่าธรรมเนียมการจัดการ
สินเชื่อเปลี่ยนไปแสดงเป็นรายได้ดอกเบี้ยตามมาตรฐานฐานบัญชีใหม่ TFRS9 ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจ 

ขณะที่สัดส่วนโครงสร้างรายได้ของธนาคารพาณิชย์ประกอบด้วย รายได้ดอกเบี้ย 1.9 แสนล้านบาท คิดเป็น 67.4% ต่อรายได้รวม 2.81 แสนล้านบาท ที่เหลือมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ 4.77 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 16.9% และรายได้อื่นอีก 4.4 หมื่นล้านบาทหรือ 15.6%

นายนริศ สถาผลเดชา เจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ธนาคารทหารไทย หรือ TMB Analytics เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เงินฝากธนาคารพาณิชย์มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจากภาคธุรกิจและครัวเรือนต้องการเก็บสภาพคล่อง ซึ่งอาจจะกดดันต้นทุนเงินฝาก แต่ไตรมาสแรกปีนี้ เงินฝากที่เติบโตขึ้น 9 แสนล้านบาทในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวัน (CASA) ขณะที่เงิน ฝากประจำหดตัวลง 50,000 ล้านบาท แต่ไม่ทำให้รายจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มมากนักเพราะต้นทุนดอกเบี้ย CASA อยู่ในระดับตํ่า อย่างไรก็ตามการโยกเงินฝากพักใน CASA ส่วนหนึ่งมาจากตลาด กองทุนรวม 7 แสนล้านบาท แต่เมื่อตลาดกลับมาเชื่อว่า เงินฝากจะไหลกลับไปในกองทุนรวม

เงินกองทุน7 แสนล้านหนีซบแบงก์

รายจ่ายดอกเบี้ยระบบธนาคารพาณิชย์ทั้งปี มีแนวโน้มลดลง ส่วนหนึ่งจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ลดเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน(FIDF) ลง 0.23% ทำให้ต้นทุนเงินฝากลดลง 32,000 ล้านบาท ซึ่งช่วยพยุงรายได้ดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์ตั้งแต่ต้นปี

ส่วนรายได้ดอกเบี้ย ถ้าดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีแบบมีระยะเวลา(MLR) ทั้งระบบลดลง หรือดอกเบี้ยบัตรเครดิตลดจาก 18% อาจจะกระทบส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย(NIM) แต่กรณีลูกค้าเข้าโครงการปรับโครงสร้างหนี้จะไม่กระทบรายได้ดอกเบี้ย เพราะมาตรฐาน TFRS9 ยังให้รับรู้เรื่องรายได้ดอกเบี้ยตามวิธีอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective interest rate: EIR) นอกจากนั้นต้นทุนดอกเบี้ยทั้งปี ไม่น่าจะปรับขึ้น เพราะไม่มีการแข่งขันระดมเงินฝาก จึงไม่กระทบ NIM 

ด้านแนวโน้มรายได้ค่าธรรมเนียมนั้น ยังเหนื่อย เพราะทั้งมาตรฐานใหม่ในการคิดดอกเบี้ยและการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อความเป็นธรรม หรือตลาดกองทุนรวมและประกัน ซึ่งเป็นรายได้หลักของระบบธนาคารพาณิชย์ทั้งปีนี้ ไม่น่าจะดีนัก เนื่องจากตลาดกองทุนรวมไตรมาส 1 หดตัว 15% ในแง่ของสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร(AUM) โดยเงินจะไหลออกมาสู่ระบบเงินฝาก ขณะที่ประกันไตรมาสแรกยังทรงๆ แต่แนวโน้มอยู่ในทิศทางขาลง ซึ่งไตรมาส 2  น่าจะเหนื่อย โดยรายได้ค่าธรรมเนียมมีสัดส่วน 17% ของรายได้ทั้งหมดของรายได้ธนาคารหรืออยู่ที่ 34,000 ล้านบาท ซึ่งหากพิจารณารายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิปี 2562 มี 1.4 แสนล้านบาท โดยไตรมาสแรกปีก่อนอยู่ที่ 33,500 ล้านบาท ซึ่งทิศทางรายได้ค่าธรรมเนียมปีนี้ ลดลงอาจไม่ถึง 1.4 แสนล้านบาทเหมือนปีก่อน

ทั้งนี้รายได้ดอกเบี้ย 7.13 แสนล้านบาทส่วนรายจ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ 2.30 แสนล้านบาทหรือรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 4.8แสนล้านบาท ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมมีสัดส่วน 30% ของรายได้ดอกเบี้ยทั้งหมด

“ภาพรวมรายได้ค่าธรรมเนียมแนวโน้มจะปรับลดลงทั้งจากมาตรฐานการเก็บธรรม เนียมใหม่ รายได้จากกองทุนรวม ประกัน รวมถึง รายได้จากการเปิดวงเงินสินเชื่อ หรืออัตราแลกเปลี่ยน (FX) จะหดตัวตามการค้าระหว่างประเทศ หรือด้านส่งออกและนำเข้า ซึ่งเป็นไปตามสภาวะตลาดโดยรวม ดังนั้น ปีนี้ทุกแบงก์พยายามให้นํ้าหนักกับการดูแลคุณภาพสินเชื่อเพื่อไม่ให้ตกอันดับเป็น Stage3”

สำหรับการเข้าโครงการปรับโครงสร้างหนี้ที่เริ่มเดือนเมษายน 2563 กำหนดสิ้นสุดการพักชำระหนี้ประมาณเดือนสิงหาคมหรือตุลาคม ซึ่งเมื่อลูกค้าออกจากโครงการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว จะยังไม่เห็นผลกระทบมากในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 แต่จะเห็นผลกระทบจากการสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในไตรมาส 4

ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมที่มีแนวโน้มขาลงประกอบกับภาระกันสำรองเพิ่มขึ้น นายนริศกล่าวว่ารายได้หลักของธนาคารพาณิชย์ประมาณ 45% จะหมดไปกับภาระกันสำรอง เห็นได้จากสิ้นปีก่อนทั้งระบบกันสำรองฯ 1.6 แสนล้านบาท ขณะที่รายได้ค่าธรรม เนียมสุทธิอยู่ที่ 1.4 แสนล้านบาท ดังนั้นเรื่องการพักชำระหนี้จะเป็นเรื่องหลักและไตรมาส 4 ของปีนี้หรือต้นปีหน้า แนวโน้มภาระกันสำรองจะเร่งตัวขึ้นและเป็นประเด็น

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,576 วันที่ 21 - 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2563