
เกษตรกร เฮ!! คปภ.อนุมัติแบบกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดแล้ว
คปภ.เผย ลงนามอนุมัติแบบกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีการผลิต 2563 แล้ว หลังครม.ไฟเขียว วงเงิน 313.98 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะปลูก
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า คปภ. ได้เตรียมความพร้อมและ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2563 ตามนโยบายของรัฐบาลแล้ว โดยเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2563 ได้ลงนามกำหนดแบบและข้อความกรมธรรม์ของประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2563 เพื่อกลุ่มเกษตรกรและอัตราเบี้ยประกันภัย เรียบร้อยแล้ว
โดยมี 3 แบบกรมธรรม์คือ
1.กรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2563 เพื่อกลุ่มลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
2.กรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2563 สำหรับกลุ่มเกษตรกรรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์)
3.กรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2563 สำหรับกลุ่มเกษตรกรรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) ส่วนเพิ่ม
ทั้งนี้ มีบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการแล้ว 17 บริษัท ที่จะเริ่มรับประกันภัย ในปีการผลิต 2563 ได้ทันที เพื่อเร่งดำเนินการให้สอดคล้องกับฤดูกาลเพาะปลูกของเกษตรกร โดยรอบที่ 1 สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูฝน ตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติให้ความเห็นขอบโครงการฯ ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 และรอบที่ 2 สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้ง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ถึงวันที่ 15 มกราคม 2564
โครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2563 สำหรับพื้นที่ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (พื้นที่ 2.8 ล้านไร่) เกษตรกรที่เป็นลูกค้าสินเชื่อ ธ.ก.ส. จะจ่ายเบี้ยประกันภัย ในส่วนความคุ้มครองพื้นฐาน (ส่วนที่ 1) อยู่ที่ 160 บาทต่อไร่ (ไม่รวมอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม) ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยรัฐบาลอุดหนุน 96 บาทต่อไร่ และอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม และธ.ก.ส.อุดหนุนอีก 64 บาทต่อไร่
ส่วนเกษตรกรที่เป็นลูกค้าสินเชื่อ ธ.ก.ส. ที่จ่ายค่าเบี้ยประกันภัยเพิ่มเอง และเกษตรกรทั่วไป (พื้นที่ 1 แสนไร่) รัฐบาลอุดหนุน 96 บาทต่อไร่ และอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม และเกษตรกรจ่ายเอง 64 บาทต่อไร่ สำหรับอัตราเบี้ยประกันภัยความคุ้มครองส่วนเพิ่ม (ส่วนที่ 2) เกษตรกรจะจ่ายเบี้ยประกันภัยเองทั้งหมดตามพื้นที่ความเสี่ยงภัย โดยถ้าเป็นพื้นที่สีแดงมีความเสี่ยงภัยสูง จ่ายเบี้ยประกันภัย 110 บาทต่อไร่ พื้นที่สีเหลืองมีความเสี่ยงภัยปานกลาง จ่ายเบี้ยประกันภัย 100 บาทต่อไร่ และพื้นที่สีเขียว จ่ายเบี้ยประกันภัย 90 บาทต่อไร่ (ไม่รวมอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม)
กรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีการผลิต 2563 ให้ความคุ้มครองความเสียหายจากภัยน้ำท่วมหรือฝนตกหนัก ภัยแล้ง ฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง ลมพายุหรือพายุไต้ฝุ่น ภัยอากาศหนาวหรือน้ำค้างแข็ง ลูกเห็บ ไฟไหม้ และภัยจากช้างป่า สำหรับความคุ้มครองพื้นฐาน (ส่วนที่ 1) อยู่ที่ 1,500 บาทต่อไร่ ความคุ้มครองส่วนเพิ่ม (ส่วนที่ 2) อยู่ที่ 240 บาทต่อไร่ และภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาด ตามความคุ้มครองพื้นฐาน (ส่วนที่ 1) อยู่ที่ 750 บาทต่อไร่ ความคุ้มครองส่วนเพิ่ม (ส่วนที่ 2) อยู่ที่ 120 บาทต่อไร่
ทั้งนี้ ภัยดังกล่าวผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีการประกาศเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ดังนั้น เกษตรกรที่ทำประกันภัย (ส่วนที่ 1 + ส่วนที่ 2) ในคราวเดียวกัน จะได้รับความคุ้มครองอยู่ที่ 1,740 บาทต่อไร่ และจะได้รับความคุ้มครองจากภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาด 870 บาทต่อไร่
“คปภ.เชิญชวนเกษตรกรเล็งเห็นความสำคัญในการจัดทำประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพราะช่วงฤดูการเพาะปลูกอาจเกิดความเสียหายจากภัยต่างๆ ได้ เช่น ภัยธรรมชาติ ภัยจากศัตรูพืช หรือภัยจากโรคระบาดต่างๆ การนำระบบประกันภัยเข้ามาใช้ในการบริหารความเสี่ยงภัย เพื่อลดผลกระทบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากภัยดังกล่าวได้ ซึ่งปีนี้มีทั้งแบบกรมธรรม์ที่รัฐบาลให้การอุดหนุนเบี้ยประกันภัยและแบบกรมธรรม์ที่เกษตรกรสามารถซื้อเพื่อเพิ่มความคุ้มครองด้วยตัวเอง”






