thansettakij
thansettakij
แบงก์ชาติปรับแผนออกบอนด์ รับมือเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท

แบงก์ชาติปรับแผนออกบอนด์ รับมือเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท

11 พ.ค. 63 | 10:40 น.
อัปเดตล่าสุด :12 พ.ค. 63 | 12:05 น.

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ธปท.ได้ปรับแผนการออกพันธบัตร ธปท. ปี 2563 ใหม่ โดยให้เริ่มมีผลบังคับใช้สำหรับแผนการออกพันธบัตร ธปท. เดือนพฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป  เพื่อให้สอดคล้องกับการระดมทุนของภาครัฐเพื่อรองรับมาตรการเยียวยาและลดผลกระทบ Covid-19  ภายใต้พระราชกำหนด(พ.ร.ก.) กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท

 

ธปท.ได้หารือร่วมกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ถึงแนวทางการกำหนดวงเงินพันธบัตรภาครัฐให้อยู่ในระดับเหมาะสม โดยคำนึงถึงแผนการระดมทุนภาครัฐและความต้องการลงทุนที่อาจปรับเปลี่ยนรวดเร็ว จากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ที่กระทบต่อ ตลาดพันธบัตรที่มีความผันผวนเพิ่มขึ้นและคาดว่าจะยังอยู่ในระดับสูงในระยะต่อไป

 

ทั้งนี้ ธปท. ยังกำหนดวันและความถี่ในการประมูลพันธบัตร ธปท. ประเภทอายุต่างๆ ไว้ตามแนวปฏิบัติเดิม แต่อาจพิจารณาปรับความถี่การประมูลและวงเงินของพันธบัตร ธปท. ระยะ 3 เดือน 6 เดือน และพันธบัตรประเภทอัตราดอกเบี้ยคงที่บางรุ่น เพื่อให้สอดคล้องกับการประมูลตั๋วเงินคลังและพันธบัตรรัฐบาลที่ระยะเดียวกันในแต่ละสัปดาห์

แบงก์ชาติปรับแผนออกบอนด์ รับมือเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท

สำหรับวงเงินการออกพันธบัตร: จะขยายกรอบวงเงินพันธบัตรประเภทที่จำหน่ายเป็นส่วนลดทุกรุ่นอายุเป็น 10,000 – 60,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการกำหนดปริมาณพันธบัตร ธปท. ให้สอดคล้องกับแผนการระดมทุนภาครัฐและความต้องการลงทุนพันธบัตรในแต่ละช่วงเวลา

 

แบงก์ชาติปรับแผนออกบอนด์ รับมือเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท

ส่วนการประกาศกำหนดการออกพันธบัตร ธปท. รายเดือน: ธปท. จะประกาศตารางประมูลพันธบัตร ธปท. ให้ตลาดทราบล่วงหน้าทุกเดือนผ่านทาง website ของ ธปท. เช่นที่เคยปฏิบัติมา โดยขอสงวนสิทธิการปรับวงเงินประมูลพันธบัตร ธปท. ระหว่างเดือน กรณีตลาดการเงินมีความผันผวนเพิ่มขึ้นจนส่งผลให้ความต้องการพันธบัตรในระหว่างเดือนเปลี่ยนแปลงไปจากที่คาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ โดยจะแจ้งให้ตลาดทราบอย่างน้อย 2 วันทำการก่อนวันประมูลพันธบัตร

 

“ในระยะต่อไป ธปท. จะประสานงานกับสบน.อย่างใกล้ชิด ในการกำหนดวงเงินและประเภทอายุพันธบัตร ธปท. ให้เหมาะสมกับภาวะตลาดเงินและตลาดพันธบัตร รวมทั้งคำนึงถึงการออกตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล และพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้ปริมาณพันธบัตรภาครัฐโดยรวมอยู่ในระดับที่เหมาะสมสอดคล้องกับภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา”