thansettakij
thansettakij
สิ้นเมษาฯ เงินถึงมือSMEs

สิ้นเมษาฯ เงินถึงมือSMEs

25 เม.ย. 63 | 06:45 น.
อัปเดตล่าสุด :26 เม.ย. 63 | 07:08 น.

แบงก์เตรียมยื่นขอซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาท จากธปท.จันทร์นี้ (27 เม.ย.) ยันส่งถึงมือเอสเอ็มอีิสิ้นเดือนนี้แน่ แต่ขึ้นกับความพร้อมของลูกค้าด้วย เผยอยู่ระหว่างติดต่อเอสเอ็มอีเพื่อคัดเลือก ก่อนพิจารณาอนุมัติ ด้านเอสเอ็มอีท่องเที่ยวหมดหวัง หันไปพึ่งซอฟต์โลนออมสิน 1 หมื่นล้านบาทแทน

สถาบันการเงินเตรียมยื่นคำขอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) จากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) หลังพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2563 เพราะธนาคารพาณิชย์จะต้องยื่นธปท.ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขภายใน 6 เดือน

แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่เปิดเผยว่า ธปท.จะเปิดรับคำขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ในวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2563 นี้ โดยเข้าใจว่าทุกธนาคารอยู่ในกระบวนการติดต่อลูกค้าเพื่อสอบถามความต้องการใช้วงเงิน สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการคุณภาพที่ไม่เป็นเอ็นพีแอล จากนั้นธนาคารจะต้องคัดเลือกและพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าก่อนที่จะอนุมัติเป็นรายๆ และสรุปรายชื่อลูกหนี้เพื่อยื่นคำขอซอฟต์โลนจากธปท.ต่อไป 

“กระบวนการทำงานของแบงก์เวลานี้ ทุกค่ายกำลังติดตามลูกค้า ซึ่งก็ทำกันมาระยะหนึ่งแล้ว เพื่อคัดเลือกลูกค้าที่ต้องการใช้วงเงินและพิจารณาอนุมัติ ซึ่งธปท.จะเปิดรับทุกวันจันทร์โดยกำหนดจะเริ่มในวันที่ 27 เมษายน 2563 หลังจากพ.ร.ก.ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เท่าที่ทราบ หากแบงก์ยื่นคำขอไปวันจันทร์ก็จะได้รับซอฟต์โลน ภายในวันพฤหัสบดี จากนั้นแบงก์ก็นำส่งซอฟต์โลนให้ถึงมือลูกค้าให้เร็วที่สุด แต่กระบวนการจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความพร้อมของลูกค้าด้วย เช่น ในรายที่แบงก์ต้องขอหลักทรัพย์ประกันเพิ่มเติมอาจจะต้องใช้เวลาในการจดจำนอง” 

ส่วนแนวโน้มความต้องการซอฟต์โลนนั้น เชื่อว่าทุกธนาคารจะต้องเสนอขอวงเงินดังกล่าว เพราะอยากได้แหล่งเงินต้นทุนต่ำช่วยลูกค้าอยู่แล้ว ซึ่งกติกาของธปท.ห้ามไม่ให้มีการจองวงเงินเหมือนกับวงเงินซอฟต์โลนของธนาคารออมสิน โดยให้แต่ละธนาคารทยอยยื่นคำขอวงเงินในทุกวันจันทร์ โดยในหลักการธนาคารเจ้าหนี้จะได้รับชดเชยความเสียหาย หากซอฟต์โลนที่นำไปปล่อยกู้กลายเป็นหนี้เสีย เมื่อครบ 2 ปี 6 เดือนนับจากวันที่พ.ร.ก.มีผลใช้บังคับให้ธปท.ดำเนินการคำนวณเงินชดเชยเสนอต่อคณะกรรมการ เพื่อดำเนินการต่อไป 

ทั้งนี้สินเชื่อไม่เกิน 50 ล้านบาททางการจะชดเชยไม่น้อยกว่า 70% ของจำนวนเงินที่ธนาคารต้องกันสำรองเพิ่มเติมจากยอดหนี้รวมของลูกหนี้คูณด้วยอัตราส่วนของยอดหนี้ใหม่ตามพระราชกำหนดนี้กับยอดหนี้รวม และ 60% ของจำนวนเงินที่ธนาคารต้องกันสำรองเพิ่มเติมจากยอดหนี้รวมของลูกหนี้คูณด้วยอัตราส่วนของยอดหนี้ใหม่ตามพระราชกำหนดนี้กับยอดหนี้รวม สำหรับผู้ประกอบเอสเอ็มอีที่มีวงเงินสินเชื่อเกิน 50 ล้านบาท สำหรับมาตรการพักหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยนั้น ลูกค้าที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 100 ล้านบาทจะได้รับสิทธิ์ทุกรายอยู่แล้ว ซึ่งในระบบมีทั้งหมด 1.7 ล้านราย

สิ้นเมษาฯ เงินถึงมือSMEs

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวว่า  EXIM BANK พร้อมให้การสนับสนุนสินเชื่อใหม่ (ซอฟต์โลน) ให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี ที่มีวงเงินรวมกลุ่มไม่เกิน 500 ล้านบาท เป็นเวลา 2 ปี โดยจะขยายสินเชื่อให้กับลูกค้าเอสเอ็มอีที่เข้ามาตรการความช่วยเหลือดังกล่าว ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2% ต่อปี โดยไม่คิดดอกเบี้ยใช่วง 6 เดือนแรก จำนวนกว่า 2,500 ราย ซึ่งมียอดคงค้าง
สินเชื่อ 20,000 ล้านบาท โดย EXIM BANK สามารถให้กู้เพิ่มได้สูงสุด 20% ของยอดหนี้คงค้าง ณ สิ้นปี 2562 ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้ากลุ่มนี้มีเงินทุนหมุนเวียนในกิจการเพิ่มอีก 4,000 ล้านบาท ระยะเวลาอนุมัติตั้งแต่วันนี้้-31 ธันวาคม 2563 

ด้านนายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทสไทย(สทท.) กล่าวว่า เอสเอ็มอีท่องเที่ยวคงไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาทของธปท.ได้  เพราะหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อไม่ได้ผ่อนปรนเงื่อนไขเป็นกรณีพิเศษแต่อย่างใด และเชื่อว่า ธุรกิจที่สามารถกู้เงินก้อนนี้ได้น่าจะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีภาระหนี้เดิมกับสถาบันการเงินนั้นๆ มากกว่าจะเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ดังนั้น ความหวังของผู้ประกอบการท่องเที่ยวระดับเอสเอ็มอี จึงเป็นสินเชื่อวงเงิน 1 หมื่นล้านบาทของธนาคารออมสิน ซึ่งได้ผ่อนปรนเงื่อนไขหลังจากเจรจากันแล้ว โดยสทท.ได้ส่งรายชื่อยื่นขอกู้แล้ว 1,200 ราย มียอดวงเงินสินเชื่อรวม 4 พันล้านบาท 

“ความต้องการซอฟต์โลนของ 13 สาขาวิชาชีพท่องเที่ยว รวมกันกว่า 1.5 แสนล้านบาท การกันวงเงินไว้ 1 หมื่นล้านบาท ก็คงไม่พอกับความต้องการ แต่ก็อยากดูก่อนว่า สุดท้ายแล้วผู้ประกอบการจะได้ซอฟต์โลนจริงเท่าไหร่”

หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,568 วันที่ 23 - 25 เมษายน พ.ศ. 2563