
ยึดใบอนุญาตสัญญาประกันภัย ชี้ชัดการเงินไม่มั่นคง/คปภ.จับมือ 31 บริษัทรับโอนกรมธรรม์
คลัง ลงดาบเพิกถอนใบอนุญาต "บมจ.สัญญาประกันภัย"เหตุมีหนี้สินเกินกว่าทรัพย์สิน –ฐานะการเงินไม่มั่นคง/ระบุค่ายวินาศภัย 31แห่งพร้อมรับโอนกรมธรรม์ผู้เอาประกันตามสัญญา/ กรณีไม่ใช่เจ้าหนี้ตามสัญญาให้ยื่นต่อผู้ชำระบัญชี
ตามที่ บริษัทสัญญาประกันภัย จำกัด(มหาชน)(บมจ)ไม่สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาและยังปรากฏข้อเท็จจริงว่าบริษัทมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน จำนวน 13.12 ล้านบาท และดำรงทรัพย์สินจัดสรร ตามมาตรา 23 และมาตรา 27/4 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 ไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด โดยขาดไปจำนวน 38.86 ล้านบาทและ 21.59 ล้านบาทตามลำดับ(30พ.ย.58) แม้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)ให้โอกาสดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาเป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้ว โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 31มกราคม2559 ที่ผ่านมา แต่บริษัทมิได้แสดงหลักฐานยืนยันและแก้ปัญหาให้คืบหน้า ดังนั้น คณะกรรมการ คปภ. จึงเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง(นายอภิศักด์ ตันติวรวงศ์) เพื่อเพิกถอนใบอนุญาตนั้น
[caption id="attachment_43301" align="aligncenter" width="335"]
อภิศักด์ ตันติวรวงศ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง[/caption]
ล่าสุดรายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) แจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มีคำสั่งที่ 395/2559 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2559 ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของบริษัท สัญญาประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 59 (1) (2) และ (5) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาแล้วเห็นว่าบริษัทสัญญาประกันภัยฯ มีหนี้สินเกินกว่าทรัพย์สิน มีฐานะการเงินอันไม่มั่นคง อันอาจเกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน มีการกระทำที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมายหลายประการ อาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน ไม่สามารถแก้ไขปัญหาสำคัญของบริษัทได้ภายในระยะเวลาที่สมควร ถ้าให้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยต่อไป จะทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนหรือผู้เอาประกันภัยได้
ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้ประชาชนผู้เอาประกันภัยได้รับความเดือดร้อน สำนักงาน คปภ.ได้รับความร่วมมือจากบริษัทประกันวินาศภัย จำนวน 31 บริษัท จะรับโอนกรมธรรม์ประกันภัยของผู้เอาประกันภัยที่ทำไว้กับบริษัท สัญญาประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่ยังมีผลผูกพันอยู่ โดยขอให้ผู้เอาประกันภัยซื้อกรมธรรม์ประกันภัยในแบบเดิม ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี เพื่อขยายความคุ้มครองเพิ่มเติมให้ในระยะเวลาที่เหลือของกรมธรรม์ประกันภัยเดิม และต้องโอนสิทธิที่จะได้รับเบี้ยประกันภัยสำหรับระยะเวลาที่เหลือจากผู้ชำระบัญชี หรือจากกองทุนประกันวินาศภัยให้แก่บริษัทที่รับโอนกรมธรรม์ประกันภัยด้วย
สำหรับผู้เป็นเจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัยของบริษัท ให้ยื่นขอรับชำระหนี้ต่อผู้ชำระบัญชี และกองทุนประกันวินาศภัย ภายใน 2 เดือนนับแต่วันที่กองทุนประกันวินาศภัยออกประกาศ ตามสถานที่ดังต่อไปนี้ ส่วนกลางยื่นได้ 3 แห่งคือ (1) สำนักงาน คปภ. เลขที่ 22/79 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 (2) สำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ เลขที่ 287 ซอยรัชดาภิเษก 6 ถนนรัชดาภิเษก ท่าพระ แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600(3) สำนักงาน คปภ. เขตบางนา เลขที่ 1/16 อาคารบางนาธานี ชั้น 8 ถนนบางนาตราด กม.3 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
สำหรับส่วนภูมิภาค ยื่นที่ สำนักงาน คปภ.ภาค และสำนักงาน คปภ.จังหวัดทั่วประเทศ สำหรับเจ้าหนี้อื่นที่ไม่ใช่เจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัยให้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อผู้ชำระบัญชี ณ สถานที่และภายในกำหนดเวลาที่ระบุข้างต้น โดยเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิจะได้รับชำระหนี้ที่เกิดจากสัญญาประกันภัยหรือชำระหนี้ส่วนขาดจารกกองทุนประกันวินาศภัยแต่รวมกันแล้วทุกสัญญาไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,146 วันที่ 7 - 9 เมษายน พ.ศ. 2559
ตามที่ บริษัทสัญญาประกันภัย จำกัด(มหาชน)(บมจ)ไม่สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาและยังปรากฏข้อเท็จจริงว่าบริษัทมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน จำนวน 13.12 ล้านบาท และดำรงทรัพย์สินจัดสรร ตามมาตรา 23 และมาตรา 27/4 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 ไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด โดยขาดไปจำนวน 38.86 ล้านบาทและ 21.59 ล้านบาทตามลำดับ(30พ.ย.58) แม้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)ให้โอกาสดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาเป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้ว โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 31มกราคม2559 ที่ผ่านมา แต่บริษัทมิได้แสดงหลักฐานยืนยันและแก้ปัญหาให้คืบหน้า ดังนั้น คณะกรรมการ คปภ. จึงเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง(นายอภิศักด์ ตันติวรวงศ์) เพื่อเพิกถอนใบอนุญาตนั้น
[caption id="attachment_43301" align="aligncenter" width="335"]
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง[/caption]
ล่าสุดรายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) แจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มีคำสั่งที่ 395/2559 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2559 ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของบริษัท สัญญาประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 59 (1) (2) และ (5) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาแล้วเห็นว่าบริษัทสัญญาประกันภัยฯ มีหนี้สินเกินกว่าทรัพย์สิน มีฐานะการเงินอันไม่มั่นคง อันอาจเกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน มีการกระทำที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมายหลายประการ อาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน ไม่สามารถแก้ไขปัญหาสำคัญของบริษัทได้ภายในระยะเวลาที่สมควร ถ้าให้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยต่อไป จะทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนหรือผู้เอาประกันภัยได้
ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้ประชาชนผู้เอาประกันภัยได้รับความเดือดร้อน สำนักงาน คปภ.ได้รับความร่วมมือจากบริษัทประกันวินาศภัย จำนวน 31 บริษัท จะรับโอนกรมธรรม์ประกันภัยของผู้เอาประกันภัยที่ทำไว้กับบริษัท สัญญาประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่ยังมีผลผูกพันอยู่ โดยขอให้ผู้เอาประกันภัยซื้อกรมธรรม์ประกันภัยในแบบเดิม ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี เพื่อขยายความคุ้มครองเพิ่มเติมให้ในระยะเวลาที่เหลือของกรมธรรม์ประกันภัยเดิม และต้องโอนสิทธิที่จะได้รับเบี้ยประกันภัยสำหรับระยะเวลาที่เหลือจากผู้ชำระบัญชี หรือจากกองทุนประกันวินาศภัยให้แก่บริษัทที่รับโอนกรมธรรม์ประกันภัยด้วย
สำหรับผู้เป็นเจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัยของบริษัท ให้ยื่นขอรับชำระหนี้ต่อผู้ชำระบัญชี และกองทุนประกันวินาศภัย ภายใน 2 เดือนนับแต่วันที่กองทุนประกันวินาศภัยออกประกาศ ตามสถานที่ดังต่อไปนี้ ส่วนกลางยื่นได้ 3 แห่งคือ (1) สำนักงาน คปภ. เลขที่ 22/79 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 (2) สำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ เลขที่ 287 ซอยรัชดาภิเษก 6 ถนนรัชดาภิเษก ท่าพระ แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600(3) สำนักงาน คปภ. เขตบางนา เลขที่ 1/16 อาคารบางนาธานี ชั้น 8 ถนนบางนาตราด กม.3 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
สำหรับส่วนภูมิภาค ยื่นที่ สำนักงาน คปภ.ภาค และสำนักงาน คปภ.จังหวัดทั่วประเทศ สำหรับเจ้าหนี้อื่นที่ไม่ใช่เจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัยให้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อผู้ชำระบัญชี ณ สถานที่และภายในกำหนดเวลาที่ระบุข้างต้น โดยเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิจะได้รับชำระหนี้ที่เกิดจากสัญญาประกันภัยหรือชำระหนี้ส่วนขาดจารกกองทุนประกันวินาศภัยแต่รวมกันแล้วทุกสัญญาไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,146 วันที่ 7 - 9 เมษายน พ.ศ. 2559






