
พิษโควิด ฉุดกำไรกลุ่มทิสโก้ ไตรมาส 1/63 ลด 14.2%
กลุ่มทิสโก้แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1/2563 กำไรสุทธิ 1,484 ล้านบาท ลดลง 14.2% ชี้ผลกระทบจากโควิด-มาตรฐานบัญชี TFRS9
นายสุทัศน์ เรืองมานะมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มทิสโก้ ในไตรมาส 1 ปี 2563 มีกำไรสุทธิ 1,484 ล้านบาท ลดลง 14.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุจากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา(COVID-19) ส่งผลให้ภาวะธุรกิจชะลอตัวลง และมีภาวะความเสี่ยงเพิ่มขึ้น อีกทั้งมีการใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 (TFRS 9) เป็นครั้งแรก
อย่างไรก็ตาม บริษัทเตรียมจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 7.75 บาท สำหรับรอบผลประกอบการวันที่ 1 ม.ค. ถึง 31 ธ.ค. 2562 โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 27 เม.ย. 2563
“ความท้าทายของการดำเนินธุรกิจปีนี้ คือ คุณภาพสินเชื่อจากตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPLs) ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ การชะลอตัวลงของธุรกิจ กฎเกณฑ์มาตรฐานการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มเติมเข้ามา และยังมีความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังจากนี้ ทำให้ผลประกอบการของบริษัทปีนี้อาจแตกต่างจากที่เคยคาดการณ์ไว้”
ทั้งนี้เนื่องจาก การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนอย่างรุนแรง ทั้งภาคการท่องเที่ยว การผลิต การส่งออก การบริโภคภาคเอกชน และยังก่อให้เกิดความผันผวนรุนแรงในตลาดการเงินโลก เป็นแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่มีการเติบโตแบบชะลอตัวอยู่ก่อนหน้านี้ ให้ถดถอยลงอย่างรุนแรง
ล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดเศรษฐกิจโลกจะหดตัว 3.0% ถือเป็นการติดลบมากที่สุดในรอบเกือบร้อยปี ขณะที่ กลุ่มทิสโก้คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2563 จะถดถอยในทิศทางเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม 3 ประเด็นคือ 1)การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 จะมีความรุนแรงเพียงใด และการ Lockdown จะใช้เวลานานเท่าใด 2) ผลของมาตรการบรรเทาผลกระทบของ COVID-19 ของทางการ ต่อระบบเศรษฐกิจ ที่คาดว่า จะส่งผลบวก ซึ่งต้องติดตามรายละเอียดของมาตรการ การเบิกจ่ายงบประมาณ และการใช้จ่ายเงินของประชาชนต่อไป และ 3) สถานการณ์ภัยแล้ง
นายสุทัศน์กล่าวว่า กลุ่มทิสโก้ยังคงดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง โดยเน้นคุณภาพสินเชื่อและการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ความร่วมมือสนับสนุนมาตรการต่างๆ ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเร่งดำเนินการบรรเทาภาระหนี้และปรับโครงสร้างหนี้แก่ลูกค้ากลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ผ่านมาตรการช่วยเหลือด้านต่างๆ การดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
ขณะเดียวกันยังคงสานต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และดิจิทัลแพลตฟอร์มใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า และรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่ต้องการทราบข้อมูลและติดต่อเพื่อขอรับความช่วยเหลือสามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนได้ผ่านทางเว็บไซต์ของธนาคาร






