thansettakij
thansettakij
สปส.มั่นใจ  ราคาหุ้นฟื้น  10ปีกำไร12.73%

สปส.มั่นใจ ราคาหุ้นฟื้น 10ปีกำไร12.73%

20 เม.ย. 63 | 00:00 น.
อัปเดตล่าสุด :20 เม.ย. 63 | 11:24 น.

เปิดพอร์ต“ประกันสังคม” พบลงทุนในหุ้นไทย 49 บจ. พร้อมเดินหน้าซื้อหุ้นเพิ่มเข้าพอร์ต โบรกเชื่อมั่นบริหารความเสี่ยงดี หลังลงทุนกระจายหลายสินทรัพย์ ชี้ตลาดกังวลเงินสดไม่พอจ่ายชดเชยคนตกงานจากผลกระทบโควิด-19 หวั่นขายพันธบัตร ตราสารหนี้ และหุ้นเสริมสภาพคล่อง

สำนักงานประกันสังคม ถือเป็นผู้ลงทุนสำคัญในตลาดหุ้นไทยรายใหญ่รายหนึ่ง จากการนำเงินของผู้ประกันตนมาบริหารสร้างผลตอบแทนให้งอกเงย โดยในส่วนของตลาดหุ้นไทย ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ณ วันที่ 16 เมษายน 2563 พบว่า มีการลงทุนในบริษัทจดทะเบียน (บจ.) รวม 49 แห่ง และในช่วงตั้งแต่ต้นปี 2563 ถึงปัจจุบัน

 

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)พบว่า สำนักงานประกันสังคมได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มในบจ.ทั้งหมด 4 บริษัท คือ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BCP) จำนวน 1,066,400 หุ้น, บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) จำนวน 1.283 ล้านหุ้น, บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TU) จำนวน 1.2 ล้านหุ้น และ บริษัทแลนด์แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH) 8 ล้านหุ้น ขณะเดียวกันได้ขายหุ้น BCP ออกจำนวน 2,452,900 หุ้น

ทั้งนี้ จากกระแสข่าวการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มใน LH จำนวน 8 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2563 ในราคาที่ 10.16 บาท แพงกว่าราคาในกระดาน ณ วันที่ 2 เมษายน ซึ่งปิดตลาดที่ระดับ 6.65 บาท

นางพิศมัย นิธิไพบูลย์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม ในฐานะโฆษกสำนักงานประกันสังคมเปิดเผยว่า สำนักงานได้มีการซื้อหุ้น LH ในวันที่ 2 เมษายน 2563 ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ จำนวน 8 ล้านหุ้นราคา 6.6051 บาทต่อหุ้น ซึ่งต้องระบุ ราคาสูงสุดที่ได้มาย้อนหลัง 90 วัน และใน 90 วันดังกล่าว ได้มีการซื้อสูงสุดที่ราคา 10.16 บาทต่อหุ้น ในวันที่ 7 มกราคม 2563 และราคาปิดที่ 10.20 บาทต่อหุ้น ดังนั้น สำนักงานประกันสังคมได้กำไรกว่า 8 ล้านบาท จากการลงทุน

สปส.มั่นใจ  ราคาหุ้นฟื้น  10ปีกำไร12.73%

นอกจากนี้ สำนักงานประกันสังคมได้มีการลงทุนหุ้นในตลท.มาอย่างสมํ่าเสมอตามเงินสมทบส่วนเกินจากการจ่ายสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตน มีการกระจายการลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรม และรายหุ้น โดยเลือกลงทุนหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีโอกาสเติบโตได้ทั้งในและต่างประเทศในระยะยาว มีการจ่ายปันผลสมํ่าเสมอ และมีความเสี่ยงทางการเงินตํ่า สามารถรองรับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจได้ดี และการลงทุนในระยะยาว

 

“จากสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกหดตัว ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงไทยมีการปรับลดลงอย่างรุนแรง หุ้นที่สำนักงานประกันสังคมถือครองจึงมีราคาปรับลดลงตามภาวะตลาด แต่คาดว่า ราคาจะมีการปรับตัวขึ้นมาได้ภายใน 12-18 เดือนข้างหน้า การลงทุนในหุ้นจะถือลงทุนในระยะยาว ซึ่งในระยะ 10 ปีที่ผ่านมาได้รับผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 12.73% ขอให้ผู้ประกันตน และนายจ้าง มั่นใจว่าสำนักงานประกันสังคมจะนำเงินสมทบที่ได้จัดเก็บไปลงทุนอย่างระมัดระวัง บริหารจัดการเม็ดเงินอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดดอกผลนำมาคืนในรูปของสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตนต่อไป”

 

พิศมัย นิธิไพบูลย์

 

แหล่งข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์(บล.)กล่าวกับ“ฐานเศรษฐกิจ”ว่า การลงทุนของสำนักงานประกันสังคมมีแนวคิดในการกระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี เป็นการลงทุนระยะยาวในสินทรัพย์หลายประเภท ทั้งที่มีความเสี่ยงสูงและความเสี่ยงตํ่า ซึ่งในช่วงนี้ เป็นภาวะที่มีความผันผวนในสินทรัพย์ทั้งหมด จึงเป็นเรื่องปกติที่ผลตอบแทนจะลดลงไปบ้าง แต่เชื่อว่า ไม่กระทบกับการบริหารเงินของสำนักงานประกันสังคมที่มีทั้งกระแสเงินสด และเงินปันผลที่ได้รับตอบแทนอย่างสมํ่าเสมอ

 

ขณะเดียวกัน ความกังวลที่มีต่อการลงทุนของสำนักงานประกันสังคม คือ การต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ประกันตนและผู้ประกอบกิจการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ต้องปิดกิจการและเลิกจ้างตามกฎหมาย ซึ่งตลาดมีความกังวลว่าเงินสดที่มีอยู่จะเพียงพอหรือไม่กับมูลค่าที่ต้องจ่ายชดเชย ทั้งนี้ หากไม่เพียงพอ อาจจะเกิดการขายในสินทรัพย์ที่ลงทุนไว้ อย่างเช่น พันธบัตร และตราสารหนี้ จะเกิดการผันผวนได้ จากการที่เป็นผู้ลงทุนขนาดใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของไทย และหากขายสินทรัพย์ดังกล่าวแล้วยังไม่เพียงพอ อาจจะต้องมีการขายในหุ้นเพิ่มด้วย

ทั้งนี้สำนักงานประกันสังคม มีสถานประกอบการขึ้นทะเบียน 488,226 แห่ง มีผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม 16,567,679 คนโดยเป็นผู้ประกันตน ม.33(ลูกจ้าง) 11,692,429 คน ผู้ประกันตนม.39-40 (อดีตลูกจ้างสมทบต่อ-อาชีพอิสระ) 4,965,250 คน โดยในเดือนมีนาคม มีผู้ยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนว่างงาน 114,816 คน เพิ่มขึ้น 60,684 คนหรือ 72.09% เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ที่มี  84,177 คน  มียอดเงินสะสมกองทุนฯ 2,063,627 ล้านบาท

 

อย่างไรก็ตาม ช่วงการระบาดโควิด สำนักงานประกันสังคมได้ออกมาตรการช่วยเหลือ โดยผู้ประกันตนม.33 ลดจ่ายสมทบกองทุน 3 เดือน (มี.ค.-พ.ค.) โดยนายจ้างลดจาก 5% เหลือ 4% ลูกจ้างลดจากเดิม 5% เหลือ 1% ผู้ประกันตนม.39-40 ส่งเหลือ 86 บาท/เดือน เลื่อนจ่ายงวดเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 3 เดือน ไปจ่ายภายใน 15 กรกฎาคม- 15 กันยายน ตามลำดับ เพิ่มสิทธิรักษาพยาบาลครอบคลุมโรคติดเชื้อโควิด-19 และมีสินเชื่อส่งเสริมการจ้างงาน 30,000 ล้านบาท (3 ปี)

 

หน้า 13-14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,567 วันที่ 19-22 เมษายน 2563