
เบื้องหลังเราไม่ทิ้งกัน ยัน AI ไม่ทิ้งใคร
“สมคิด จิรานันตะรัตน์” กุนซือ เราไม่่ทิ้งกัน โพสต์ข้อความผ่านFacebook ส่วนตัวเกี่ยวกับเบื้องหลัลระบบเราไม่ทิ้งกัน www.เราไม่ทิ้งกัน.com
ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์สนั่นถึงกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสงสัยนานัปการว่าระบบคัดกรองทำงานได้แย่มาก ทำไม AI ถึงได้ห่วยแบบนี้ ทำไมคนอายุมากยังเป็นนักศึกษาอยู่ ทำไมไม่เคยมีใครในครอบครัวเป็นเกษตรกร แต่มีชื่อเป็นเกษตรกร ทำไมเป็นผู้ประกอบการทั้งๆที่ไม่ได้เป็น ทั้งหลายทั้งปวง
ต้องบอกว่าระบบไม่ได้ทำงานผิดพลาด ระบบทำงานตามที่ถูกออกแบบมา และเป็นระบบที่ทำงานแบบตรงไปตรงมา โดยตรรกของตัวระบบก็ไม่ได้มีความซับซ้อน ซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์สามารถทำได้ แต่หากเรารู้วิธีการในการคิด เราจะเห็นภาพที่ชัดขึ้น และเข้าใจมากขึ้น
การตรวจสอบและวิธีการคัดกรองต้องอาศัยถังข้อมูลหลายประเภท ถังข้อมูลที่ไปตรวจสอบและขั้นตอนการตรวจสอบจะขึ้นอยู่กับวิธีคิดของคน และไม่ได้มี AI เข้าไปเกี่ยวข้องในขั้นตอนการคัดกรองนี้แต่อย่างใด ซึ่งจะขอแยกข้อมูลที่ไปตรวจสอบเป็นประเภทต่างๆดังนี้
1. ข้อมูลที่ได้มาจากผู้ลงทะเบียน ที่จะระบุอาชีพมา หากความละเอียดยังไม่พอก็จะขอข้อมูลเพิ่มดังที่หลายๆคนได้ประสบอยู่ เพื่อเป็นตัวเริ่มต้นของการระบุอาชีพ
2. ข้อมูลยืนยันอาชีพที่ไปตรวจสอบทางอิเล็คโทรนิค เช่น ไปตรวจสอบกับ กรมการขนส่งเรื่องใบขับขี่สาธารณะ ข้อมูลมัคคุเทศก์ ข้อมูลผู้ขายล็อตเตอรี่ เป็นต้น เพื่อยืนยันว่าอาชีพที่ลงทะเบียนเป็นจริง
3. ข้อมูลเพื่อการตรวจสอบคุณสมบัติ เช่น ข้อมูลประกันสังคม ข้อมูลสถานะนักศึกษา ข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ข้อมูลเพื่อการประเมินฐานะ เป็นต้น เพื่อตรวจสอบว่ามีข้อมูลใดที่จะทำให้ตกคุณสมบัติเบื้องต้น
4. ข้อมูลยืนยันอาชีพที่ไปตรวจสอบทางกายภาพ โดยมีเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบจริงและใช้ แอ๊ปในการเก็บข้อมูลถ่ายภาพหลักฐานยืนยันอาชีพจริง ซึ่งเป็นด่านสุดท้ายที่จะปิดเคส
จะเห็นได้ว่าด้วยข้อมูลทั้งสี่ประเภทดังกล่าว จะสามารถยืนยันอาชีพได้ค่อนข้างตรง หากทำได้ครบกระบวนท่า แต่อาจใช้เวลาเพิ่มขึ้นบ้าง ซึ่งก็งวดเข้ามาทุกทีแล้ว
ในกรณีที่ถูกปฏิเสธสิทธิ์ ทั้งๆที่ข้อมูลประเภท 1 และ 2 น่าจะเข้าข่ายแต่มาถูกปฏิเสธด้วยข้อมูลประเภท 3 บุคคลดังกล่าวควรต้องมาขอทบทวนสิทธิ์ ซึ่งบางกรณีก็ผ่านเลย บางกรณีต้องไปเก็บข้อมูล ประเภท 4 เพื่อยืนยันอีกครั้ง จึงเห็นได้ว่า ระบบได้ทำตามที่ถูกออกแบบมาแต่ต้น หากทำครบทุกขั้นตอน ย่อมมีโอกาสได้สิทธิ์คืนแน่นอน หากอาชีพของท่านเข้าข่ายที่จะได้รับเงินเยียวยา
มีหลายท่านให้ความเห็นว่าทำไมไม่แจกไปเลยเหมือนประเทศอื่นๆ ผมไม่ขอต่อล้อต่อเถียงครับ เพราะคิดว่าวิธีคิดย่อมแตกต่างกันได้ และแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน แม้ว่าวิธีที่เราใช้นี้ อาจไม่ตอบโจทย์ในเวลาที่รวดเร็วเหมือนที่หลายคนอยากได้ แต่ผมคิดว่ามันต้องตอบได้ในที่สุด โดยใช้เวลาที่ไม่นานเกินไป และจะเป็นประโยชน์ในระยะยาวเพราะจะช่วยให้ฐานข้อมูลของประเทศดีขึ้น ซึ่งจะทำให้การตอบโจทย์ในอนาคตสามารถทำได้ง่ายขึ้น
มีบางท่านแนะนำมาว่า ทำไมไม่ช่วยให้การกรอกข้อมูลบัตรประชาชนง่ายขึ้น โดยให้ระบบไปดึงข้อมูลจากทะเบียนราษฎร์มาเติมให้ หลังกรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ผมขอยืนยันว่าข้อเสนอนี้ในปัจจุบันทำไม่ได้ครับ การยืนยันตัวตนว่าข้อมูลถูกต้อง อย่างน้อยต้องมีเลข 13 หลัก ชื่อ นามสกุล วันเกิดและรหัสหลังบัตรไปยืนยันกับทะเบียนราษฎร์ เพื่อให้ระบบทะเบียนราษฎร์ตอบกลับมาว่าใช่ หรือไม่ ซึ่งหากบัตรยังคงสถานะที่ถูกต้อง และกรอกข้อมูลถูกต้อง ระบบทะเบียนราษฎร์ย่อมตอบกลับได้ถูกต้องแน่นอน
การที่จะแก้ปัญหานี้ให้ง่ายขึ้น จึงต้องคิดยาวๆ และการใช้ digital citizen id มาช่วยในอนาคต ย่อมเป็นทางออกที่ต้องค้นหากันต่อไป






