thansettakij
thansettakij
ผลประกอบการแบงก์ทรุด กดดาวโจนส์ปิดร่วง 445 จุด 

ผลประกอบการแบงก์ทรุด กดดาวโจนส์ปิดร่วง 445 จุด 

16 เม.ย. 63 | 00:20 น.
อัปเดตล่าสุด :16 เม.ย. 63 | 07:24 น.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (15 เม.ย.) หลังจากธนาคารหลายแห่ง รายงานผลกำไรที่ทรุดตัวลงในไตรมาสแรกปีนี้ และทางการสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่หลายรายการ 

 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วง 445.41 จุด หรือ -1.86%  ยืนที่ 23,504.35 จุด ดัชนี S&P500 ลดลง 62.70 จุด หรือ -2.20% ปิดที่ 2,783.36 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 122.56 จุด หรือ -1.44%ปิดที่ 8,393.18 จุด 

นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการของธนาคารรายใหญ่ หลังโกลด์แมน แซคส์เปิดเผยกำไรในไตรมาส 1 ดิ่งลง 46% สู่ระดับ 3.11 ดอลลาร์/หุ้น ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.35 ดอลลาร์/หุ้น  ด้านแบงก์ ออฟ อเมริกากำไรร่วงลง 45% สู่ระดับ 40 เซนต์/หุ้น ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 46 เซนต์/หุ้น เนื่องจากธนาคารต้องเพิ่มการกันสำรองสำหรับหนี้เสียจำนวน 3.6 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ทางด้านซิตี้กรุ๊ปรายงานผลกำไรทรุดตัวลง 46% สู่ระดับ 1.05 ดอลลาร์/หุ้นในไตรมาส 1 ปีนี้ เมื่อเทียบกับระดับ 1.87 ดอลลาร์/หุ้นในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว จากการที่ธนาคารต้องเพิ่มการกันสำรองสำหรับหนี้เสีย

ทั้งนี้ผลประกอบการที่ย่ำแย่ของธนาคารรายใหญ่เหล่านี้ได้ฉุดหุ้นกลุ่มธนาคารดิ่งลง โดยหุ้นเจพีมอร์แกน เชส ดิ่งลง 4.9% หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ร่วงลง 6.49% หุ้นซิตี้กรุ๊ป ดิ่งลง 5.6% ส่วนหุ้นโกลด์แมน แซคส์ ปิดตลาดดีดตัวขึ้น 0.16% หลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักในระหว่างวัน

นอกจากนี้ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของสหรัฐ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกทรุดตัวลง 8.7% ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นการดิ่งลงหนักที่สุดนับตั้งแต่ที่รัฐบาลเริ่มมีการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าวตั้งแต่ปี 2535 และย่ำแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะร่วงลง 8.0% หลังจากลดลง 0.4% ในเดือนก.พ.