thansettakij
thansettakij
 STARK คว้างานกว่า4.3 พันลบ.จาก“เชฟรอน-ปตท.สผ.”  

 STARK คว้างานกว่า4.3 พันลบ.จาก“เชฟรอน-ปตท.สผ.”  

15 เม.ย. 63 | 07:39 น.

STARK มั่นใจรายได้ในปีนี้โตเท่าตัวแตะ 3 หมื่นล้านบาท จากการซีเนอร์ยีหลังเข้าซื้อ 2กิจการ ล่าสุดบริษัทย่อย “อดิสร สงขลา” คว้าสัญญาบริษัทน้ำมันของโลก “เชฟรอน-ปตท.สผ.” มูลค่ากว่า 4.3 พันล้านบาท ดันราคาหุ้นปิดเช้านี้ปรับขึ้น 10.75% 

 


นายชนินทร์ เย็นสุดใจ ประธานกรรมการ บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น ( STARK ) เปิดเผยว่า ปี 2563 เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของ STARK โดยเริ่มเดินหน้าซื้อกิจการตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา หลังจากปรับโครงสร้างทุนและธุรกิจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุดวันที่ 14 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา บริษัท อดิสร สงขลา ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ของ STARK  คว้าสัญญาจากบริษัทน้ำมันชั้นนำของโลก อาทิ เชฟรอน และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ( PTTEP ) มูลค่ากว่า 4,330 ล้านบาท การได้งานดังกล่าวของอดิสร สงขลา แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของอดิสร สงขลา อย่างชัดเจน และก้าวกระโดด จากปี 2562 มีรายได้ประมาณ 1,500 ล้านบาท

นอกจากนี้ที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังได้ซื้อกิจการสายไฟอันดับ 1 ที่เวียดนาม (Thipa) มูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท  และ ซื้อหุ้นบริษัท ไทย เคเบิ้ล อินเตอร์เนชั่นแนล ( TCI ) ผู้ผลิตสายไฟขนาดเล็ก มูลค่ากว่า 540 ล้านบาท ในประเทศไทย  ผ่านบริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์ ) หรือ PDITL ซึ่งเป็นบริษัทที่ STARK ถือหุ้น 99.9% 

นายชนินทร์ กล่าวว่า ตั้งเป้าการเติบโตรายได้ปีนี้ของ STARK ของธุรกิจสายไฟฟ้าและบริษัท อดิสร สงขลา แตะ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนมีรายได้ 12,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจสายไฟฟ้าเวียดนาม ประมาณ 12,000 ล้านบาท , อดิสร สงขลาไม่น้อยกว่า 1,500  ล้านบาท และจากเฟ้ลปส์ ดอด์จ ประมาณ 15,000 ล้านบาท

“การซื้อสองกิจการผลิตสายไฟฟ้าเข้ามา ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของสตาร์ค โดยเริ่มรับรู้รายได้จากทั้งสองกิจการ ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป ทำให้มั่นใจได้ว่า รายได้ของสตาร์ค จะโตเกินกว่า 100%   และ คาดว่ากลุ่มธุรกิจสายไฟของสตาร์ค จะติด Top 10 ของโลกในไม่ช้า “ 
ประธานกรรมการ กล่าวในช่วงท้ายว่าอัตรากำไรคาดว่าจะดีขึ้นจาก synergy ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น อาทิ การรวมคำสั่งซื้อวัตถุดิบ และ การขยายตลาดที่มีผลิตภัณฑ์ หลากหลายที่ เฟ้ลปส์ ดอด์จ ไม่เคยทำ ส่งผลให้กำไรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนหน้า

หุ้น STARK ภาคเช้า( 15 เม.ย.) ปิดที่ 2.06 บาท ปรับขึ้น 0.20 บาทหรือ +10.75% มูลค่าซื้อขาย 23.89 ล้านบาท โดยราคาสูงสุดที่ 2.10 บาท และต่ำสุด 1.95