thansettakij
thansettakij
“บัณฑูร” มั่นใจระบบการเงินไทย พร้อมรับมือโควิด

“บัณฑูร” มั่นใจระบบการเงินไทย พร้อมรับมือโควิด

08 เม.ย. 63 | 07:27 น.

"บัณฑูร"ลั่นมาตรการรัฐ-ระบบการเงินพร้อมรับมือโรคระบาด-ชี้ พายุ ที่ไม่สามารถแข่งขันได้ เป็นความเสี่ยง ที่ต้องสร้างองค์ความรู้ใหม่ หลังฝ่าไวรัส-เผยมั่นใจทีมงานรับไม้ต่อพร้อมเริ่มฉากใหม่หลังบริหารแบงก์ 40ปี

หลังจากลาออกจากตำแหน่งกรรมการและประธานกรรมการ ธนาคาร กสิกรไทย วันนี้(8 เม.ย.) นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกิตติคุณ ธนาคาร กสิกรไทย ได้จัดเวทีบรรยาย ผ่าน FB Live K x  Press เพื่อบอกเล่าประสบการณ์ทำงานและอำลา 40 ปี ของการทำงานในวงการธนาคาร โดยระบุว่า  การจัดเวทีสนทนาวันนี้ เป็นลักษณะที่คุยกันอยู่คนละที่ไกลๆ เพื่อจะได้สบายใจว่า "สื่อและพนักงาน"ท่านทั้งหลายปลอดภัยจากโรคห่า!  ซึ่งกำลังคุกคามบ้านเมืองอยู่ในขณะนี้ ซึ่งในห้วงเวลาของความตึงเครียดนี้ ทุกคนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า จึงอดไม่ได้ที่จะหวนคิดกลับไปในวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่เมื่อ  20 ปี ซึ่งทำให้เกิด ความล่มสลายทั้งประเทศเช่นกัน  ในช่วงเวลาที่กล่าวถึงนั้น ทุกคนพยายามที่จะแก้ไขปัญหา อันสืบเนื่องมาจาก วิกฤตเศรษฐกิจ ครั้งนั้น

“บัณฑูร” มั่นใจระบบการเงินไทย พร้อมรับมือโควิด

"ผมจำได้ว่า ทุกวันที่ 4  ธันวาคมของทุกปีในช่วงเวลานั้น พระเจ้าอยู่หัวก็เสด็จ ออกที่ศาลาดุสิตดาลัย คือ 1 วันก่อนวันเฉลิมพระชนมพรรษา เพื่อพระราชทานพระราชดำรัสให้กับคนไทยทั้งประเทศ โดย ถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์  แต่ผมโชคดีที่ได้ไปนั่งอยู่ที่ศาลาดุสิดาลัย เป็นบุญหูบุญตา เป็นบุญปัญญา ที่ได้ฟังจาก พระเจ้าอยู่หัวโดยตรง ถึงปัญหาต่างๆ และทางออกต่างๆที่คนไทยเพิ่งจะคำนึงถึง  พระเจ้าอยู่หัวที่อยู่บนฟ้า  ทรงกระทำอย่างต่อเนื่อง ในช่วงที่ยังทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ด้วยความมีพระเมตตา มหาศาลกับคนไทยทั้งประเทศ ที่เผชิญปัญหาต่างๆ ในครั้งนั้นที่ทรงมีพระราชดำรัส ผมจำได้ เป็นช่วงที่พระองค์ เริ่มที่จะแนะนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้คนไทยได้เข้าใจ โดยก่อนหน้านั้นยังไม่มีปัญหาใหญ่ คนก็จะคิดว่า อะไรก็ดีไปหมด จนกระทั่งเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ทำให้คนรู้สึกว่าความเสียหายจะเกิดขึ้นได้

ในครั้งนั้น พระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งให้พระราชดำริไว้   ก็คือว่า ไม่ว่าจะทำอะไรกันก็ตาม ขอให้แน่ใจว่า ถ้าวันหนึ่งพายุมาก็อย่าถึงกับล่ม  ถ้าวันหนึ่งพายุมา ก็อย่าถึงกับล่ม "หมายความว่า อย่าทำจนสุดโต่ง เกินตัว  หมายความว่า ทุกอย่างต้องมีการเตรียมการ เพราะโลกมนุษย์ มีการผันแปร ไปด้วยปัจจัยต่างๆ มากมาย ซึ่งก็นึกไม่ถึง  ถ้าไม่เตรียมการระมัดระวัง ในมิติต่างๆ เมื่อวิกฤตมาหรือเมื่อพายุมา ก็จะเกิดความเสียหาย มากมาย เหมือนกับที่เกิดขึ้น เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เมื่อพายุมา ก็ล่มสลายกันถ้วนหน้า

“บัณฑูร” มั่นใจระบบการเงินไทย พร้อมรับมือโควิด

พระราชดำรัสนั้น ยังก้องอยู่ในหู  ในหัว ในวิญญาณของผมจนทุกวันนี้  ครั้งต่อไปที่พายุมา ไม่ว่าจะมาในรูปแบบไหน มาในรูปแบบของวิกฤต เศรษฐกิจ อีกครั้งหนึ่ง ในรูปแบบของโรคระบาด ซึ่งเห็นได้ชัดแล้วว่า เป็น พายุใหญ่  ใหญ่พัดทั้งโลกเลย  ทั้งๆที่เศรษฐกิจเดิมๆ ยังดีอยู่ กลายเป็นเศรษฐกิจไม่ดีชั่วข้ามคืน เพราะว่า คนไม่สามารถทำมาหากินได้ตามปกติพายุที่อาจจะมาในรูปแบบของ ความสูญเสียของทรัพยากร ธรรมชาติ ที่เป็นพื้นฐาน ชีวิตที่ดีของโลกมนุษย์  " ดินน้ำลมไฟ "ปัจจัยที่คนถือเอา ว่าต้องมีอยู่ แต่ในความจริงแล้ว มีความเสียหายเกิดขึ้น  แม้กระทั่ง พายุที่เกิดจากความไม่สงบ ในสังคม เห็นต่างกัน ร่ำรวยยากจนต่างกัน จนในที่สุด ไม่สามารถอยู่กันอย่างมีความสงบ สุขได้ ล้วนเป็นพายุ ของมนุษย์ทั้งนั้น

คำถามคือ เราเตรียม การอะไร ที่จะให้แน่ใจว่า เมื่อพายุนั้นมา  วิกฤตเศรษฐกิจก็ดี โรคระบาดร้ายแรงก็ดี  ทรัพยากรธรรมชาติ สูญเสียก็ดี ผู้คนพูดกันไม่รู้เรื่องก็ดี  ทะเลาะกัน จะถึงขั้นล่มสลายไหม

“บัณฑูร” มั่นใจระบบการเงินไทย พร้อมรับมือโควิด

 "ก็เป็นอะไร ที่วนเวียนอยู่ในหัวสมองตลอดเวลา  แม้แต่ละวัน ก็ทำงานแบงก์ไป" 

แต่ช่วงหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจ ครั้งนั้นผ่านมากว่า 20 ปีแล้ว เศรษฐกิจ ดีขึ้นค่อนข้างเยอะ ผู้คนก็มั่งคั่งขึ้นมามากกว่าเดิมเยอะ ก็ดูเสมือนว่าจะลืมกันไป ว่าพายุจะมาได้อีกรอบ และก็มาให้เห็นในรอบนี้ ในรูป ของโรคระบาด  และก็จะมีพายุมาอีก ในรูปแบบอื่นๆ  คำถามว่ามนุษย์  โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย สามารถที่จะรับมือกับพายุอย่างนั้นได้ หรือเปล่า รู้หรือไม่ว่า จะต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง เวลามีเรื่องเกิดขึ้น ซึ่งเป็นอะไรที่ทำนายลำบาก เพราะในช่วงเวลาดีๆ จะรู้สึกว่าไม่เป็นอะไร

“บัณฑูร” มั่นใจระบบการเงินไทย พร้อมรับมือโควิด

สำหรับเรื่องของธนาคารนั้น ดูเหมือน จะฟื้นกลับมาจากความเสียหายในครั้งนั้นแล้วทุกอย่างก็เป็นไปได้ดี แต่จริงๆทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งตนได้พูดในหลายๆเวทีรวมทั้งกับในธนาคารกสิกรไทยด้วย ว่าจริงๆแล้วความเสี่ยงมีอยู่ตลอดเวลา ซึ่งความเสี่ยงก็มาจากมนุษย์ที่อยากได้กำไร อย่างนั้นอย่างนี้ โดยผ่านกลไกของระบบการเงิน ก็ลงทุนอย่างนั้นลงทุนอย่างนี้ มันก็ใช่สำหรับการทำมาหากิน แต่ความเสี่ยงนั้นถ้าทำจนเกินตัว ก็จะเกิดความเสียหาย

นายบัณฑูรกระบุอีกว่า  ก็หวังว่า มาตรการต่างๆที่ใส่ไว้ คงจะกันไม่ให้ไปถึงจุดนั้น  ซึ่งจำได้ว่าเมื่อปี 2540 ทุกคนนึกไม่ถึงว่า พายุมาทีเดียวล่มเลย  ครั้งนี้ ได้มีการใส่มาตรการไว้ขั้น 1  แต่ถ้าถามว่า ใส่ไว้ครบไหม ..

..ไม่แน่ใจ เพราะพายุยังไม่มา ถ้าพายุมาหนัก ถึงขั้นหนึ่ง มาตรการต่างๆที่เตรียมไว้ ก็อาจจะไม่พอ แต่โชคดีรอบนี้ที่เกิด โรคระบาดครั้งนี้ มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่โครงสร้าง ทางเศรษฐกิจ โครงสร้างความมั่นคงสถาบันการเงิน ได้ตุนเสบียงสำรองไว้พอสมควร

“บัณฑูร” มั่นใจระบบการเงินไทย พร้อมรับมือโควิด

"งั้นครั้งนี้ต่อให้เกิดความถดถอย ทางเศรษฐกิจ อันสืบเนื่องจากผู้คน ทำงาน หรือค้าขายไม่ได้ ตามปกติ  ระบบธนาคารพาณิชย์อย่างรับได้ ก็คงสูญเสียกำไรกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่  รับได้  ถ้าไม่ได้มีทุนสำรองเอาไว้เลย ก็คงจะเดือดร้อน "

อย่างไรก็ตามขณะนี้รัฐบาลพยายามจะฟื้นฟู ช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบความเดือดร้อน เต็มที่ ทั้งผู้ประกอบการ และประชาชนที่ตกงาน ก็สามารถที่จะพิงระบบธนาคารพาณิชย์ได้ขั้นหนึ่ง ตราบใดที่ไม่พิงจนกระทั่ง ล้มกันไปหมด ก็น่าจะพอรับได้อยู่ แต่จะต้องดูว่าโลกนี้จะลากยาวแค่ไหน ยิ่งลากยาว ผลกระทบทางเศรษฐกิจก็มาก  โดยหวังว่ามาตรการต่างๆทำกันอยู่และมีความเข้มมากขึ้นทุกวัน ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายแพทย์ ดูเหมือนจะมีความหวัง ว่าจะสกัดได้  ซึ่งอันนี้เป็นอีก ตัวอย่างหนึ่ง ถ้าหากไม่ได้เตรียมเสบียงรองรับไว้ขั้นหนึ่ง

ดังนั้น  ครั้งนี้  รัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อรักษาและเยียวยาเศรษฐกิจ โดยยังมีช่องที่พอจะทำได้ แต่หลังจากนี้ รัฐบาลและระบบการเงิน ก็จะตึง  แต่ ยังเชื่อว่ารับได้ แต่ต้องคิดถึงตอนจบ ที่จะต้องกลับมาทำมาหากินกันอีก ไม่ใช่แค่เยียวยากัน  ซึ่งการกลับมาหากินครั้งใหม่ เป็นโจทย์ที่ต้องคิดหนัก เงินลงทุน สินเชื่อพอจะหาได้  แต่คนไทยจะทำมาหากินประเภทไหน จึงเป็นเรื่ององค์ความรู้ที่จะต้องสร้างขึ้นมาใหม่ เพราะความรู้แบบเดิมใช้ไม่ได้   ซึ่งเป็นความเสี่ยง อีกรูปแบบที่ก่อตัว คือ พายุที่ไม่สามารถแข่งขัน ได้ในโลกนี้

“บัณฑูร” มั่นใจระบบการเงินไทย พร้อมรับมือโควิด

ทั้งนี้ในระยะหลัง เนื่องจากงบประมาณที่มีจำกัด ทำให้งบ ที่จะสนับสนุนงานวิจัย ถดถอยไป ซึ่งประเทศจำเป็นจะต้องมีงานวิจัย โดยภาครัฐสามารถทำในส่วนของรัฐ ขณะที่ภาคเอกชน บริษัทใหญ่ๆ สามารถลงทุน สร้างองค์ความรู้ใหม่ได้ เช่น สถาบันวิจัยวิทยสิริเมธี ซึ่งดำเนินการโดยปตท.ก็เป็นวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ของสถาบันวิจัยที่เป็นตัวอย่างมาจากเงินลงทุน ของภาคเอกชนและได้วันนี้ได้มีการค้นคิดเครื่องมือการทดสอบไวรัส ทันกาลทันเวลาที่จะใช้

ในส่วนของธนาคารกสิกรไทยก็มีแนวคิด ที่จะดำเนินการเช่นกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยกัน จากทุกภาคส่วนของประเทศ หรือภาคอื่นๆก็อยู่ในวิสัยที่จะทำได้

นายบัณฑูรกล่าวถึง องค์ความรู้ ที่อยู่ในความสนใจในประเด็น การเกษตร  เพราะการเกษตร จะเกี่ยวโยง กับการรักษา ทรัพยากรป่า ซึ่งเป็นเรื่อง ที่ให้ความสนใจและดึงธนาคารกสิกรไทยเข้ามาในช่วง 4-5 ปี ที่ผ่านมา โดยเฉพาะป่าต้นน้ำน่าน ซึ่งเป็น แห่งใหญ่ของประเทศ และเป็นโจทย์ท้าทาย ซึ่งร่วมมือกับหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ ประชาชน เอกชน เพื่อหาทางแก้ ปัญหาความสูญเสีย พื้นที่ป่าที่ถูกทำลาย แต่ในครรลองของการแก้ไขปัญหา ทั้งการที่ทำให้ประชาชนมีพื้นที่ทํากินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หรือการคืนพื้นที่ป่าที่ถูกทำลาย ซึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ คือองค์ความรู้ใหม่ ของการทำมาหากิน เกษตร ซึ่งจะต้องไปหาให้ทันการณ์และทันเวลา  เพราะหากคน ไม่สามารถทำมาหากินได้ ไม่สามารถที่จะรักษาป่า หรือทรัพยากรธรรมชาติได้

"สำหรับผมเป็นมิติใหม่ เริ่มต้นอีกฉากของชีวิต ฉากที่เคยเป็นนายธนาคาร ทำเต็มที่แล้ว ส่วนทีมงานที่รับช่วงต่อ ทั้งระดับคณะกรรมการและฝ่ายจัดการ ผมมีความมั่นใจ 100%  ล้วนเป็นคนเก่งด้วยกันทั้งนั้น แต่ผมยังอิงธนาคารกสิกรไทย ในฐานะที่ต้องสนับสนุน บางโครงการที่เลือกทำ

วันนี้สามารถพูดได้เต็มปากว่า ทำแบงค์มา 40 ปี พอสมควรแก่เวลา ถือว่าส่งต่อได้อย่างดี มีคำถามว่าผม กังวลอะไรไหม  นอกจากไม่กังวลแล้ว ผมยังรู้สึกมีความสุข ไม่ต้องทำงานซ้ำๆ หาของใหม่ทำ ที่น่าสนใจ แต่ทุกอย่างต้องทำไปด้วยกัน ใครมีกำลังมากก็ช่วย  สถาบันการเงินมีทรัพยากรเงิน มีงบประมาณ หรือมีบุคลากร ก็ช่วยได้ ซึ่งหลายคนก็ทำกันอยู่อย่างนี้  งั้นบ่ายวันนี้ ก็ต้องถือว่า จบฉากเดิม อย่างสบายใจ"