thansettakij
thansettakij
หุ้นแบงก์ไม่สะเทือน  หั่นเครดิต-ลดดอกเบี้ย

หุ้นแบงก์ไม่สะเทือน หั่นเครดิต-ลดดอกเบี้ย

09 เม.ย. 63 | 00:10 น.
อัปเดตล่าสุด :14 เม.ย. 63 | 10:47 น.

โบรกชี้กลุ่มธนาคารพาณิชย์ไม่ถูกกระทบแรง แม้ถูกหั่นอันดับเครดิต รับกำไรปีนี้ตํ่ากว่าปีที่แล้ว คาดไตรมาสแรกผันผวนและลดลงตํ่าสุด แต่ยังได้มาตรการธปท.ช่วยชะลอเอ็นพีแอล

กลุ่มธนาคารพาณิชย์กำลังได้รับแรงกดดันอย่างหนักหน่วงจากปัจจัยลบรอบด้าน ที่จะมีผลกระทบต่อผลประกอบการปี 2563 นอกจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับตํ่าเป็นประวัติศาสตร์ หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 0.75% แล้ว กลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังถูกกดดันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโคโรนา (โควิด-19) ที่ส่งผลให้ต้องหั่นดอกเบี้ย่ให้ลดลงมากขึ้น จากมาตรการเยียวยาลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ทั้งการปรับลดดอกเบี้ย การยืดอายุการชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย รวมไปถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจชะงักงันจากมาตรการปิดเมือง เพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัส มีการปิดทำการของห้างร้าน กิจการต่างๆ ส่งผลต่อรายได้แรงงานที่หายไป กระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ลดลง ยิ่งทำให้ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารพาณิชย์อ่อนแอลง และแนวโน้มการด้อยค่าลงของสินเชื่อด้วย

 ล่าสุดบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ยังประกาศลดอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Foreign Currency IDR) ของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL สู่ระดับ ‘BBB’ จาก ‘BBB+’ และคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นที่ ‘F2’ และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ ‘AA+(tha)’ โดยแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

ขณะเดียวกันฟิทช์ฯ ยังได้ประกาศปรับลดอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Foreign Currency IDR) ของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ลงเป็น ‘BBB’ จาก ‘BBB+’ และลดอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้น (Short-Term Foreign Currency IDR) พร้อมคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว ที่ ‘AA+(tha)’ จากผลกระทบรุนแรงของไวรัส โควิด-19

เช่นเดียวกับ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK )ที่ฟิทช์ฯ ได้ประกาศลดอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Foreign-Currency IDR) ของ KBANK เป็น ‘BBB’ จาก ‘BBB+’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ สะท้อนความท้าทายของสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจที่ธนาคารกำลังเผชิญและผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กระจายเป็นวงกว้าง

หุ้นแบงก์ไม่สะเทือน  หั่นเครดิต-ลดดอกเบี้ย

รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เปิดเผยว่า ราคาหุ้นทั้ง 4 ธนาคาร เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2563 SCB ปิดที่ 67.50 บาท ลดลง 1.25 บาท หรือ 1.82%, KBANK ปิดที่ 87.75 บาท ลดลง 1.75 บาท หรือ 1.96%, BBL ปิดที่ 95.75 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 1.54% และ KTB ปิดที่ 11.39 บาท ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปี ถึงวันที่ 3 เมษายน 2563 SCB ลดลง 54.50 บาท หรือ 44.67%, KBANK ลดลง 63.25 บาท หรือ 41.88%, BBL ลดลง 64.25 บาท หรือ 40.15% และ KTB ลดลง 5.10 บาท หรือ 31.09%

นายธนวัฒน์ รื่นบันเทิง นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า การปรับลดอันดับเครดิตของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์จากฟิทช์ เรทติ้งส์ ไม่มีผลกระทบมากนัก เพราะเหตุผลที่ใช้ประกอบมาจากเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งปัจจัยพื้นฐานไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ถึงแม้จะประมาณการกำไรสุทธิทั้งกลุ่มในปีนี้ไม่สูง แต่ตลาดได้รับรู้ไปมากพอสมควร สะท้อนจากราคาที่ลดลงแรงในก่อนหน้านี้

 

ธนวัฒน์ รื่นบันเทิง

 อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นคาดว่า กำไรสุทธิกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในปี 2563 จะปรับลดลงต่อเนื่องจากปี 2562 ที่ค่อนข้างอ่อนแอ ส่วนไตรมาสแรก ปี 2563 มองว่าจะผันผวนมากและอาจจะลดลงตํ่ามากที่สุด เนื่องจากมีตัวแปรสำคัญคือ การขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) และการใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 (TFRS 9) ทำให้ต้องมีการตั้งสำรองในสัดส่วนที่สูงขึ้น กดดันให้กำไรสุทธิลดลง นอกจากนี้ ต้องติดตามมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ออกมาช่วยลูกหนี้ด้วยการไม่คิดหนี้เสีย จะช่วยให้ตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ชะลอลง

บล.บัวหลวง จำกัด ระบุว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับกลุ่มธนาคาร ประกอบด้วย สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยตํ่า ที่ 2% มูลค่า 100,000 ล้านบาท, การพักชำระหนี้ลูกค้าบุคคล, การพักชำระหนี้ภาคธุรกิจ SMEs และแผนการเข้าซื้อหุ้นกู้ระดับ investment grade จำนวนครึ่งหนึ่งที่จะครบกำหนดชำระในปีนี้ นอกจากนี้ ธปท. ประกาศลดเงินที่ธนาคารต้องส่งเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ (FIDF) จากเดิม 0.46% เป็น 0.23% ของเงินฝาก ซึ่งจะช่วยให้ธนาคารทั้งระบบประหยัดได้ปีละ 32,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่า ธนาคารจะสามารถนำส่วนนี้ไปใช้ในการประนอมหนี้ได้ ทั้งนี้ มองว่ามาตรการต่างๆ จะช่วยให้ธนาคารสามารถรักษาคุณภาพของสินทรัพย์ได้ และการตั้งสำรองจะผ่านจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน 2563

ด้านบล.ทิสโก้ จำกัด ระบุว่า คาดเอ็นพีแอลกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะปรับเพิ่มขึ้นแต่ไม่มาก โดยโอกาสที่เอ็นพีแอลจะเพิ่มขึ้นมาจากหลายด้าน อีกทั้งยังมีนโยบายการเงินและการคลังเข้ามาหนุน และมีเหตุผลน้อยที่จะเกิดเหตุการณ์แบบในปี 2540 เนื่องจากในปัจจุบันสินเชื่อมีการกระจายตัวที่สูง, สินเชื่อส่วนใหญ่มาจากครัวเรือน หากภาคธุรกิจยังสามารถดำเนินงาน รวมถึงรักษาสภาพทางการเงินได้จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้และการจ้างงานภาคครัวเรือนและในปัจจุบัน ยังมีเครื่องมืออีกหลายด้านเพื่อมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

 

หน้า 13-14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,564 วันที่ 9-11 เมษายน 2563