thansettakij
thansettakij
"ฟินันเซีย" ปรับเป้าดัชนีปี 63 ที่ 1,150 จุด ลุ้นต่ำสุดมี.ค.-พ.ค.

"ฟินันเซีย" ปรับเป้าดัชนีปี 63 ที่ 1,150 จุด ลุ้นต่ำสุดมี.ค.-พ.ค.

02 เม.ย. 63 | 02:57 น.
อัปเดตล่าสุด :30 เม.ย. 63 | 12:02 น.

"ฟินันเซีย" ปรับเป้าดัชนีปี 63 ลงเหลือ 1,150 จุด บนสมมุติฐาน ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกชะลออย่างช้าไม่เกินกลางปี  ศก.ไทยหดตัว 4%  ลุ้นดัชนีต่ำสุดมี.ค.-พ.ค. แนะ ต่ำกว่า 1,000 จุด เป็นจังหวะทะยอยสะสม เลือก BCH, BEM, CPALL, RBF, SFLEX

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส มองแนวโน้มดัชนี SETในเดือนเมษายนนี้ คาดยังไม่น่าปรับขึ้น แม้จะมีกองทุนออมระยะยาวชนิดพิเศษ SSFX และมาตรการการคลังชุดใหญ่  โดยคาดดัชนีจะแกว่งขึ้นลงในกรอบกว้างและผันผวนมากขึ้นในช่วงประกาศผลประกอบการไตรมาส1/63 ( แนวโน้มแย่กว่าคาดและแย่ลงในไตรมาส 2/63 ) หากโชคดีจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกและไทยเริ่มชะลอในช่วง เม.ย.-พ.ค. ตลาดหุ้นไทย อาจพบจุดต่ำสุดในระยะนี้ มี.ค.-พ.ค. เราคิดว่าดัชนีต่ำกว่า 1,000 จุด น่าสนใจทยอยลงทุนระยะยาว

 

ปัจจัยสำคัญในเดือนเมษายนนี้ คือผลประกอบการกลุ่มธนาคาร PTTEP และ SCC โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารที่คาดการณ์ยากเพราะมีผลกระทบของ TFRS 9 ทำให้เชื่อว่าดัชนียังไม่น่ารีบปรับขึ้น 

 

-ปรับ SET Target ปี 63 เป็ น 1,150 จุด

เราได้ปรับประมาณการ EPS ปี 2563 ลง 10% เหลือ 81 บาท  หรือ-5%  (Y-Y) หดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (เดิมคาด +5.6% Y-Y) และคาด EPS ปี2564 ที่ 89 บาท +10%  (Y-Y) ประมาณการของเราต่ำกว่า Bloomberg consensus ราว 3-8% (Consensus ปี2563 ที่ 84 บาท ปี 2564 ที่97 บาท) ประมาณการที่ปรับลง มาจากการปรับผลกระทบของ COVID-19 โดยตั้งสมมติฐาน การเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อทั่วโลกจะชะลอในเดือน เม.ย.-พ.ค. อย่างช้ากลางปี

 

ขณะที่เศรษฐกิจไทยหดตัว 4% (Y-Y) ในปีนี้และ +2.8% (Y-Y )ในปีหน้า ราคาน้ำมันน้ำมันดิบ Brent เฉลี่ยปีนี้ US$43/บาร์เรล -33% (Y-Y) และคาดปีหน้าเฉลี่ยที่ US$55/บาร์เรล และปริมาณน้ำทั้งประเทศอยู่ในระดับบริหารจัดการจนผ่านวิกฤตแล้งนี้ไปได้ เมื่ออิง PE 14 เท่าเท่าค่าเฉลี่ย 14 ปีย้อนหลัง จะได้SETTarget  ปีนี้1,150 จุด


 

- ดัชนี SET ยังไม่รีบขึ้น ผลประกอบการQ1/63อาจแย่กว่าคาด

หากประเมินระดับต่ำสุดของ SET ปีนี้โดยอิง PE 14 เท่า -1SD หรือ 11.4 เท่า จะได้ 880-930 จุด บนสมมติฐาน EPS ที่หดตัว 5-10% ระดับดังกล่าวคิดเป็น PBV 0.9-1.0 เท่า อย่างไรก็ตาม ด้วยมาตรการการซื้อขายใหม่ทั้งเปลี่ยน Ceiling & Floor, ปรับระดับ Circuit breaker และShort sales ทำให้การเคลื่อนไหวของตลาดช้าลง ประกอบกับมาตรการการเงินและการคลังชุดใหญ่ และกองทุน SSFX ชนิดพิเศษ อาจช่วยจำกัดdownside ของดัชนีทั้งนี้ยังต้องขึ้นกับสถานการณ์COVID-19 เนื่องจากประเมินจุด bottom ได้ยากเราจึงแนะนำทยอยสะสมเพื่อลงทุนระยะยาวที่ดัชนีต่ำกว่า 1,000 จุด

หุ้นแนะนำในเดือน เม.ย. ได้แก่ BCH, BEM, CPALL, RBF, SFLEX

-แนะนำการลงทุนเป็น 3  ระยะ

เราแบ่งการลงทุนเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 เป็นช่วงที่ CIOVID-19 กำลังระบาดในปัจจุบัน แทบไม่มีกลุ่มธุรกิจไหนไม่ถูกกระทบ กลุ่มที่ถูกกระทบหนักได้แก่ธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจที่มีหน้าร้าน สื่อ รวมไปถึงปั๊มน้ำมัน ธุรกิจที่รอดได้แก่ ธุรกิจประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ธุรกิจอาหาร Delivery และซื้อของ Online (แต่ธุรกิจเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งและส่วนน้อยของธุรกิจค้าปลีกและอาหาร จึงไม่สามารถชดเชยได้) ธุรกิจสื่อสาร การ work from home ทำให้ความต้องการให้อินเตอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้น

 

ระยะที่ 2 เป็นหุ้นที่จะฟื้นตัวได้เร็วและก่อนธุรกิจอื่นในช่วงที่สถานการณ์ COVID-19 เริ่มคลี่คลาย เช่นธุรกิจอาหารและร้านอาหาร ค้าปลีก รถไฟฟ้า โรงไฟฟ้า โรงพยาบาล และรับเหมาก่อสร้าง

 

ระยะที่ 3 เป็นหุ้นแข็งแกร่งที่ราคาถูกมากสามารถถือลงทุนได้ในระยะยาว 2-3 ปี ไม่ถูก disrupt จากเทคโนโลยีและพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป เช่น ธุรกิจอิเล็กทรอนิคส์เกษตร ท่องเที่ยว สื่อนอกบ้าน สื่อสาร
และรถไฟฟ้า เป็นต้น