
ธปท.ระบุเศรษฐกิจก.พ.หดตัวต่อเนื่อง พิษโควิด
ธปท. เผยเศรษฐกิจไทยเดือนก.พ. หดตัวต่อเนื่องทุก จากผลกระทบการระบาดของไวรัสโควิด นักท่องเที่ยวต่างประเทศหดกว่า 42% ส่งออกไม่รวมทองคำติดลบ 1.3% ขณะที่ความเชื่อมั่น 3 เดือนข้างหน้า ลดลง เรื่อยๆ -จับตาห่วงโซ่การผลิตหยุดชะงัก เหตุมาตรการปิดประเทศกดอุปสงค์
นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลง ตัวเลขเศรษฐกิจ ไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เ(มื่อวันที่ 31 มีนาคม 2563) โดยระบุว่าเศรษฐกิจไทยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หดตัวจากระยะเดียวกันของปีก่อน จากการผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้างชัดเจนขึ้น จากการระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่(โควิด-19)
โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่หดตัวสูง จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศหายไป 2 ล้านคน หดตัวสูงที่ 42.8%จากระยะเดียวกันปีก่อน โดยเป็นการหดตัวในเกือบทุกสัญชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่หดตัวรุนแรง 85%เนื่องจากทางการจีนประกาศใช้มาตรการปิดเมืองในหลายพื้นที่ และห้ามธุรกิจท่องที่ยวแบบกลุ่มทัวร์เดินทางออกนอกประเทศ เพื่อควบคุมการขยายวงกว้างขึ้นของการระบาดไวรัสโควิด-19จีน นักท่องเที่ยวเกาหลี หดตัว 73% และมาเลเซียหดตัว 40%ยกเว้นรัสเซียเพียงชาติเดียว ที่จำนวนนักท่องเที่ยวรัสเซียยังขยายตัวเป็นบวก เนื่องจากสถานการณ์การระบาดในประเทศยังไม่รุนแรงในเดือนกุมภาพันธ์ นักท่องเที่ยวจึงเดินทางท่องเที่ยวตามแผนที่วางไว้ ทั้งนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงมากส่งผลกระทบเชิงลบต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ การท่องเที่ยว อาทิ ธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร และธุรกิจขนส่ง
"มองไปข้างหน้า เดือนเมษายน-เดือนพฤษภาคม จำนวนนักท่องเที่ยว มีแนวโน้มต่ำลง ทั้งอัตราการจองห้องพักล่วงหน้า 3 เดือน และจาก ข่าวหลายโรงแรมมีการปิดกิจการทั้งถาวรและชั่วคราว "
ด้านมูลค่าการส่งออกรวม ขยายตัว 3.6% แต่หากไม่รวมทองคำ ติดลบ 1.3% ขณะที่ ภาคการผลิตอุตสาหกรรม หดตัวทุก อุตสาหกรรมการผลิต ตามอุปสงค์ต่างประเทศที่อ่อนแอ และบางกลุ่ม ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง โดย ดัชนีการผลิตติดลบ 5.2% สาเหตุ จากการ หยุดชะงัก ห่วงโซ่การผลิต ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามได้แก่ กลุ่มรถยนต์ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า,อิเล็กทรอนิกส์ และ HDD และผลิตภัณฑ์ยางซึ่งส่วนสินค้าที่ความต้องการลดลง สำหรับสินค้าที่ ความต้องการเพิ่มขึ้นเช่น อาหารแช่แข็ง อาหารกระป๋องและถุงมือยาง
นายดอนกล่าวว่า การบริโภคภาคเอกชน ไตรมาส 1 ยังมีแนวโน้มเป็นบวก แต่ทั้งปียังประเมินยาก เนื่องจากปัจจัยสนับสนุนกำลังซื้อ ที่หายไป จากกำลังแรงงาน เห็นได้จาก ตัวเลขการขอรับสวัสดิการแรงงาน ของสํานักงานประกันสังคม เริ่มเห็นผลกระทบชัดขึ้น ประกอบกับรายได้ภาคการเกษตร ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง และความเชื่อมั่น ในระยะ 3 เดือนข้างหน้า ที่ยังอยู่ในระดับต่ำลงเรื่อยๆ และสถานการณ์ไม่ดีว่างงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแม้ตัวเลขอัตราว่างงานเดือนกุมภาพัน์จะเพิ่ม 0.1% ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐยังหดตัวต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามระยะต่อไปตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดน่าจะเกินดุลลดลง จากรายได้ นักท่องเที่ยว และการนำเข้าน้ำมัน โดยในเดือนกุมภาพันธ์ ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 5.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมที่ 3.4 พันล้านดอลลาร์






