thansettakij
thansettakij
หมดรอบ ‘เซอร์กิตเบรกเกอร์’

หมดรอบ ‘เซอร์กิตเบรกเกอร์’

25 มี.ค. 63 | 03:51 น.
อัปเดตล่าสุด :08 เม.ย. 64 | 09:24 น.

ตลาดหุ้นไทยผันผวนหนัก 3 สัปดาห์ ใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ 3 ครั้ง รวมตั้งแต่ก่อตั้งตลท.ใช้แล้ว 6 ครั้ง แม้มีมาตรการปรับเกณฑ์ใหม่ โบรกฯคาด 1 เดือนข้างหน้าไม่เกิดซ้ำ ชี้หุ้นไทยตอบรับข่าวมากพอสมควร มองเริ่มปรับตัวขึ้น

เกิดความผันผวนในตลาดหุ้นทั่วโลกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ถึงแม้จะมีการออกมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ของธนาคารกลางและรัฐบาลทั่วโลก แต่ก็ยังไม่สามารถเรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้ ทำให้เกิดการเทขายหุ้นอย่างหนัก จนทำให้ตลาดหุ้นหลายแห่งต้องประกาศหยุดการซื้อขายเป็นการชั่วคราว (เซอร์กิตเบรกเกอร์) โดยตั้งแต่วันที่ 12-23 มีนาคม 2563 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ รวม 3 ครั้ง

รายงานข่าวจากตลท. เปิดเผยว่า ตลท.ใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2549 หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย  (ธปท.) ออกมาตรการกันสำรอง 30% เพื่อป้องกันการเก็งกำไรค่าเงินบาท ในช่วงเวลา 11.26 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ดัชนีลดลงกว่า 74.06 หรือ 10.14% จากนั้นวันที่ 10 ตุลาคม 2551 ตลท.สั่งใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ ตั้งแต่เวลา 14.35 น. จากดัชนีหุ้นไทยลดลง 50.08 จุด หรือ 10.02% เกิดจากความไม่มั่นใจของนักลงทุน หลังจากวิกฤติการเงินเริ่มลามไปสู่ภาคเศรษฐกิจจริง และวันที่ 27 ตุลาคม 2551 ใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ ตั้งแต่เวลา 16.04 น. จากดัชนีที่ร่วงลง 10% หรือลดลง 43.29 จุด จากวิกฤติสินเชื่อซับไพรม์

อย่างไรก็ตาม หลังจาก 3 ครั้งในอดีต เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563 ตลท.ได้ประกาศใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี 4 เดือน และเป็นครั้งที่ 4 ตั้งแต่มีการก่อตั้งตลท. จากนั้นในช่วงการซื้อขายภาคเช้าวันที่ 13 มีนาคม 2563 ทันทีที่เปิดการซื้อขายดัชนีลดลงทันที 111.52 จุด หรือ 10% เป็นการประกาศเซอร์กิตเบรกเกอร์ ครั้งที่ 2 ของสัปดาห์ และครั้งที่ 5 นับตั้งแต่มีการประกาศใช้ และเป็นครั้งแรกที่ประกาศใช้ทันทีตั้งแต่เปิดการซื้อขาย

ทั้งนี้ ตลท.ได้ประกาศปรับเกณฑ์เซอร์กิตเบรกเกอร์ ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม-30 มิถุนายน 2563 หากดัชนีร่วงแรง 8% หยุดพักการซื้อขาย 30 นาที จากเดิมที่ดัชนีลดลง 10% หยุดพักการซื้อขาย 30 นาที, ระดับที่ 2 หากเปิดซื้อขายแล้วดัชนีร่วงจนอยู่ที่ 15% จะหยุดพักการซื้อขายทันทีอีก 30 นาที และระดับที่ 3 ซึ่งเป็นระดับสุดท้าย หากดัชนีลดลง 20% จะหยุดพักการซื้อขาย 60 นาที ทั้งนี้ หลังจากการทำงานระดับที่ 3 แล้ว จะเปิดให้ซื้อขายต่อไปจนถึงเวลาปิดทำการปกติในรอบการซื้อขายนั้น แต่ในวันที่ 23 มีนาคม 2563 ยังต้องใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ ถือเป็นครั้งแรกในการประกาศใช้เกณฑ์ใหม่

 นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศ ไทย)ฯ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า หลังจากนี้ ระยะเวลา 1 เดือนข้างหน้า คาดว่าจะไม่มีการใช้มาตรการเซอร์กิตเบรกเกอร์ในตลาดหุ้นไทย หลังจากตลาดหุ้นไทยตอบรับกับข่าวด้านลบมากพอสมควรแล้ว ซึ่งคาดว่าตลาดหุ้นจะค่อยๆ ปรับขึ้น ตอบรับมาตรการเพิ่มสภาพคล่องที่ออกมาทั้งของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารแห่งประเทศ ไทย (ธปท.) เพื่อลดผลกระทบในตลาดตราสารหนี้เดินต่อไปได้ รวมถึงเอกชนที่จำเป็นต้องมีการกู้ยืมเงิน หรือการออกหุ้นกู้เพื่อชดเชยหุ้นกู้ที่ครบกำหนด ให้สามารถดำเนินการได้โดยไม่สะดุด

 

หมดรอบ ‘เซอร์กิตเบรกเกอร์’

กิจพณ ไพรไพศาลกิจ

อย่างไรก็ตาม มองว่าในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงแรง มาจากความกังวลอันดับเครดิต โดยบางบริษัทอาจจะถูกกระทบจากตัวเลขผลการดำเนินงาน แต่บางบริษัทมีความเสี่ยงที่อาจจะถึงกับเลิกกิจการได้ ทำให้ธปท.ปิดความเสี่ยงด้วยการออกมาตร การช่วยเหลือ ขณะที่ มาตรการลดความผันผวนของตลาดหุ้นจากตลท. มองว่าช่วยส่งสัญญาณเตือนนักลงทุนได้ดี โดยเฉพาะชอร์ตเซลที่ลดลงมาก ซึ่งในช่วงเวลานี้ไม่เอื้อให้นักลงทุนลงทุนในอนุพันธ์มากนัก จากตัวเลขสถานะคงค้างที่ลดลง คาดว่าหลังจากตลาดนิ่ง จะเริ่มเห็นนักลงทุนกลับมาลงทุนเพิ่มขึ้น

 

 

 

ด้านนางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวลงต่อ หลังกรุงเทพฯและปริมณฑล ประกาศ Lockdown ส่งผลให้ประชาชนที่ไม่มีงานทำเดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่งอาจให้เกิดการแพร่เชื้อในต่างจังหวัด ขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อ Covid-19 ยังเพิ่มขึ้น ประกอบกับการรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และเสียชีวิตในโซนยุโรปและสหรัฐอเมริกาเร่งตัวขึ้นเช่นกัน และยังมีรายงานผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศต่างๆต่อเนื่อง

 

หน้า 13-14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,560 วันที่ 26-28 มีนาคม 2563