
บล.ไทยพาณิชย์เผย 8 กลุ่มหุ้นกระทบจาก"โควิด"
บล.ไทยพาณิชย์เผย 8 กลุ่มหุ้นได้รับผลกระทบจากโควิด สามกลุ่มแรกอ่วมสุด โรงแรม ,ขนส่ง,พลังงาน
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ จำกัด ได้ออกบทวิเคราะห์ เรื่อง "วิกฤติ COVID-19…อ่านก่อนลงทุน" ระบุถึง 8 กลุ่มหุ้นที่จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19 ) เรียงลำดับมากไปหาน้อย ดังนี้
1.กลุ่มโรงแรม ปี 2563 คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 35.8 ล้านคน หดตัว 10% (จากปีก่อน 39.8 ล้านคน) มองกระทบกำไรของกลุ่มโดย บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ( MINT) จะได้รับผลกระทบจาก NHH ที่มีOperation ในยุโรปด้วย ทำให้เราคาดปี2563 MINT กำไรจะลดลง 20%YoY ขณะที่ บมจ.ดิ เอราวัณ กรุ๊ป ( ERW) และบมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา ( CENTEL) คาดกำไรลดลง 50%YoY และ32%YoY ตามลำดับ
2.กลุ่มขนส่ง การหดตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดกระทบโดยตรงต่อกำไรของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) ขณะที่กลุ่มสายการบินอย่างบมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) และ บมจ. การบินไทย (THAI) เรามีความกังวลผลต่อผลขาดทุนที่จะมากกว่าคาดและปัญหาสภาพคล่องของบริษัท
ขณะที่คาดกระทบทางอ้อมจำกัดต่อกำไรของ บมจใบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ,กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท ( BTSGIF )และบมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM )โดยเราประเมินทุก 1% (จาก 5% เป็น 4%) ที่หายไปของจำนวนผู้โดยสารจะกระทบกำไร BTS ที่-0.2%, BTSGIF-1.4%, BEM -0.6%
3.กลุ่มพลังงาน อุปสงค์น้ำมันที่ชะลอตัวคาดกระทบต่อราคาน้ำมันและค่าการกลั่น บั่นทอนกำไรของ ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP), บมจ.ไทยออยล์ (TOP ), บมจ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC), บมจ.เอสโซ่ (ประเทศไทย) (ESSO)
4.กลุ่มที่เกี่ยวข้อง หุ้นที่พึ่งพิงรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดได้รับผลกระทบเชิงลบอาทิ บมจ.เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) , บมจ. สยามเวลเนสกรุ๊ป (SPA) , บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) ,บมจ.ดู เดย์ ดรีม (DDD)
หุ้นที่มีการให้บริการแก่ประชาชนเกิน 50 คน หรือจ านวนมากรวมทั้งเป็นสถานที่ สำหรับพบปะสังสรรค์หรือพูดคุยนอกบ้าน คาดยอดขายหดตัวหนักจากการปิดให้บริการหรือเลื่อนการชุมนุม อาทิ บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) , ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อิมแพ็คโกรท (IMPACT), บมจ.กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (GPI) , บมจ.สหการประมูล (AUCT) ,บมจ. เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป (M ), บมจ.อาฟเตอร์ ยู (AU) , บมจ.เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป (ZEN)
5 กลุ่มค้าปลีก ▪ ยอดขายสาขาเดิม/รายได้ค่าเช่า/ กำไรของผู้ประกอบการที่มีทำเลที่ตั้งในแหล่งท่องเที่ยวคาดหดตัว 3-5% อาทิ บมจ.แมคโคร (MAKRO), บมจ.ซีพีออลล์ (CPALL) , บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์(BJC) , เซ็นทรัลพัฒนา (CPN)
6.กลุ่มโรงพยาบาล (รพ.) ที่มีฐานผู้ป่วยต่างชาติสูงอย่าง บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) สัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติ65%, บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS )สัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติ30% คาดได้รับผลกระทบเชิงลบ แต่มองกระทบจำกัดต่อ รพ. ที่มีฐานผู้ป่วยไทยเป็นหลักและปีนี้มีปัจจัยหนุนประกันสังคมปรับขึ้นค่าบริการทางการแพทย์อาทิ บมจ.บางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH) , บมจ.โรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG) ,บมจ.โรงพยาบาลราชธานี (RJH)
7.กลุ่มอสังหาฯ ▪ อุปสงค์ในประเทศจะลดลงจากความไม่แน่นอนของรายได้ในอนาคต และการปล่อยสินเชื่อของ ธพ. ที่เข้มงวดขึ้น ขณะเดียวกันคาดได้รับผลกระทบจากการชะลอโอนของลูกค้าต่างชาติด้วย อาทิ บมจ.แสนสิริ (SIRI) , บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) ,บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ (NOBLE), บมจ.เอพี (ประเทศไทย )AP และ บมจ.พฤกษา โฮลดิ้งส์ (PSH)
8.กลุ่มสื่อสาร คาดได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัดเนื่องด้วยเชื่อว่าปริมาณการใช้dataไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากประเด็นเรื่อง COVID-19






