
คลังเตรียมแจกเจล แอลกอฮอล์ล้างมือ 1 ล้านชิ้น
คลังเตรียมแจกเจล แอลกอฮอล์ล้างมือ 1 ล้านชิ้น ร่วมแจกให้ประชาชนผ่านธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ ร่วมใจสู้ภัย COVID-19
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตแอลกอฮอล์ ขององค์การสุุรา จ.ฉะเชิงเทราว่า เพื่อเร่งผลิตแอลกอฮอล์ ใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา(โควิด-19) หลังจากได้ยกเว้นภาษี เพื่อการผลิตเจล สเปรย์ทำความสะอาด โดยกระทรวงการคลังได้ประสานขอความร่วมมือกับ ธนาคารออมสิน สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและองค์การสุรา ทำการ ผลิตและแจกจ่ายผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือ เป็นขวดขนาด 25 มิลลิลิตร 1 ล้านชิ้น เพื่อแจกให้กับประชาชนผ่านสาขาของธนาคารออมสินทุกสาขาในช่วงเดือนมีนาคม 63 ผ่านเครือข่ายธนาคารออมสินทุกสาขา ในส่วนของสำนักงานสลากฯพร้อมแจกให้ในช่วงการรับรางวัลหรือออกรางวัล เพื่อร่วมกันช่วยเหลือทางสังคม และพร้อมขยายความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น ปตท. เพื่อร่วมกันผลิต เจล สเปรย์ทำความสะอาดให้เพียงพอ
กระทรวงคลังยังประสานความร่วมมือไปยังสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย สมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง และผู้ประกอบการโรงงานเอทานอล รวมจำนวน 26 โรงงาน เพื่อขอสนับสนุนการใช้แอลกอฮอล์ นำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือ ได้รับยกเว้นภาษี จำนวน 300,000 ลิตร นำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือ โดยจะกระจายไปยังสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 1-10 สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยในแต่ละพื้นที่จะแจกจ่ายจำนวน 100 ลิตรต่อวัน โดยประชาชนสามารถนำภาชนะมาขอรับ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทั่วประเทศ คนละไม่เกิน 1 ลิตรต่อวัน เพื่อเป็นการช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 และเพื่อป้องกันปัญหา การขาดแคลนแอลกอฮอล์ในท้องตลาดได้อีกทางหนึ่งด้วย โดยกระทรวงการคลัง ได้ประสานงานสนับสนุนศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19 ในการแก้ไขปัญหา การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
ด้านนายสมควร จารุสมบัติ รักษาการผู้อำนวยการองค์การสุรา กรมสรรพสามิต กล่าวว่า องค์การสุรา มีกำลังการผลิตแอลกอฮอล์ 6 หมื่นลิตรต่อวัน หรือ 18 ล้านลิตรต่อปี และยังมีเครือข่ายบริษัทเอกชน 4 แห่งมีแอลกอฮอล์ ในโกดัง 3 ล้านลิตร หรือร่วมกันผลิตแอลกอฮอล์ได้ 2 แสนลิตรต่อวัน ปัจจุบันจำหน่ายออกสู่ระบบ 1 แสนลิตร เมื่อร่วมมือกันทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน คาดว่าจะเพียงพอต่อความต้องการของทุกองค์กรและประชาชนในช่วงนี้






