
ดาวโจนส์ปิดร่วง 1,464.94 จุด หลัง WHO ประกาศ"โควิด-19"ระบาดระดับโลก
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทรุดตัวลงกว่า 1,400 จุดเมื่อคืนนี้ (11 มี.ค.) โดยตลาดเข้าสู่ "ภาวะหมี" เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลกในปี 2551 หลังจาก WHO ประกาศว่า ไวรัสโควิด-19 ได้เข้าสู่ภาวะแพร่ระบาดไปทั่วโลกแล้ว นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการที่คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ล่าช้าในการแถลงรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อลดผลกระทบจากโควิด-19
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,553.22 จุด ลดลง 1,464.94 จุด หรือ -5.86% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,741.38 จุด ลดลง 140.85 จุด หรือ -4.89% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,952.05 จุด ลดลง 392.20 จุด หรือ -4.70%
ตลาดหุ้นนิวยอร์กดิ่งลงอย่างหนักหลังจากองค์การอนามัยโลก(WHO)ออกแถลงการณ์ระบุว่า ไวรัสโควิด-19 ได้เข้าสู่ภาวะแพร่ระบาดไปทั่วโลก หลังมีการลุกลามไปยังหลายประเทศในภูมิภาคต่างๆ
นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO กล่าวว่า "ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อนอกประเทศจีนได้เพิ่มขึ้นถึง 13 เท่า และจำนวนประเทศที่ติดเชื้อได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า ส่วนในช่วงหลายวันและหลายสัปดาห์ข้างหน้า เราคาดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิต และจำนวนประเทศที่ติดเชื้อจะเพิ่มมากขึ้นอีก"
ถ้อยแถลงดังกล่าวได้สร้างความวิตกกังวล และได้ฉุดตลาดหุ้นนิวยอร์กเข้าสู่ภาวะหมีเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลกในปี 2551 โดยสัญญาณที่บ่งชี้ถึงภาวะตลาดหมีคือเมื่อดัชนีตลาดหุ้นดิ่งลง 20% จากระดับปิดสูงสุดที่เคยทำไว้เมื่อไม่นานนี้
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการที่คณะทำงานของปธน.ทรัมป์ล่าช้าในการเปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้ก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์ประกาศว่าเขาจะออกมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ซึ่งรวมถึงการปรับลดภาษีเงินเดือน และมาตรการเร่งด่วนอื่นๆ เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19






