
กลุ่มปตท.ทรุดหนัก มาร์เก็ตแคปหาย9แสนล้าน
กลุ่มปตท.ทรุด ตั้งแต่ต้นปีถึง 9 มีนาคม 2563 มาร์เก็ต แคปหาย 9.2 แสนล้านบาท สมาคมนักวิเคราะห์เผยโบรกฯ แห่หั่น EPS และราคาเป้าหมาย PTTEP - PTT หลังหุ้นดิ่ง
ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 ถึงเดือนมีนาคม 2563 ตลาดหุ้นไทยถูกกดดันหนักจากปัจจัยรอบด้าน โดยสถานการณ์ล่าสุดที่รุนแรงคือ การระบาดของไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ที่ส่งผลกระทบทั้งระบบเศรษฐกิจ ตลาดหุ้น และราคานํ้ามัน เพราะแม้สถานการณ์ในประเทศจีนจะเริ่มนิ่ง อัตราการติดเชื้อใหม่ลดลง แต่กลับลุกลามไปทั่วโลก ทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่และยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มรวดเร็ว
นอกจากนั้นยังถูกซํ้าเติมจากราคานํ้ามันในตลาดโลกที่ดิ่งกว่า 24% หลังซาอุดีอาระเบียประกาศเพิ่มกำลังการผลิตนํ้ามันและลดราคาจำหน่ายนํ้ามันในเอเชีย หลังโต๊ะเจรจาในเวทีโอเปกล่ม รัสเซียที่เป็นมหามิตรไม่เห็นด้วยกับการพยุงราคานํ้ามันด้วยการลดกำลังผลิตลง 2% หรือ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นสัญญาณเริ่มต้นของการทำสงครามราคา นํ้ามัน ส่งผลให้ราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานปรับลดลงอย่างแรงเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563
รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)เปิดเผยว่า วันที่ 9 มีนาคม ราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีปรับลดลงทั้งกลุ่ม โดยเฉพาะ กลุ่มปตท. 5 บริษัท ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) มากที่สุดในกลุ่ม โดยราคาหุ้นบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) ปิดที่ 28.00 บาท ลดลง 9.50 บาท หรือ 25.33%, บริษัท ปตท.สผ. จำกัด (มหาชน) (PTTEP) ปิดที่ 74.75 บาท ลดลง 31.75 บาท หรือ 29.81%, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) ปิดที่ 31.00 บาท ลดลง 11.25 บาท หรือ 26.63%, บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP) ปิดที่ 32.75 บาท ลดลง 9.00 บาท หรือ 21.56% และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) ปิดที่ 2.00 บาท ลดลง 0.30 บาท หรือ 13.04%
ขณะที่มาร์เก็ตแคปหุ้นกลุ่มปตท. ณ วันที่ 9 มีนาคม 2563 รวมอยู่ที่ 1,343,974.38 ล้านบาท ลดลง 472,610.63 ล้านบาท จากวันที่ 6 มีนาคม 2563 อยู่ที่ 1,816,585.01 ล้านบาท และลดลง 924,317.99 ล้านบาท จากวันที่ 2 มกราคม 2563 อยู่ที่ 2,268,292.37 ล้านบาท
นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุนเปิดเผยว่า สมาคมนักวิเคราะห์ฯได้รวบรวมข้อมูลจากสมาชิกนักวิเคราะห์พบว่า มี 8 สำนักที่มีการปรับตัวเลขประมาณการหุ้น PTT และ PTTEP ลง หลังราคาหุ้นปรับลดลงแรง เฉลี่ยมีการปรับลดสมมติิฐานราคานํ้ามันในตลาดโลกลงประมาณ 20% โดยมีตัวเลขสมมติฐานเฉลี่ยปี 2563 อยู่ที่ 45.84 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม ประมาณการด้าน EPS ของ PTTEP ปี 2563 จะอยู่ในระดับ 6.20 บาทต่อหุ้น ลดลงจากปี 2562 ประมาณ 49.6% ซึ่งเมื่อระดับราคาหุ้น PTTEP ลดตํ่าลงมามาก ณ ระดับราคา 74.75 บาท เป็นระดับที่ตํ่ากว่ามูลค่าหุ้นที่นักวิเคราะห์ได้ปรับประมาณการเมื่อวันที่ 9 มีนาคม อยู่ที่ 24% และคาดการณ์อัตราเงินปันผลรับปี 2563 ที่ 4.81% ต่อปี
ขณะเดียวกันได้ปรับประมาณการของ PTT ในปี 2563 โดยมี EPS เฉลี่ยที่ 2.72 บาทต่อหุ้น ลดลงจากปีก่อน 17.7% ทั้งนี้เมื่อระดับราคาหุ้น PTT ลดตํ่าลงมามาก ณ ระดับราคา 28.00 บาท เป็นระดับที่ตํ่ากว่ามูลค่าหุ้นที่นักวิเคราะห์ได้ปรับประมาณการเมื่อวันที่ 9 มีนาคมอยู่ 27% และคาดการณ์อัตราเงินปันผลรับปี 2563 ที่ 7.10% ต่อปี
ด้านฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัสฯ ระบุว่า ได้ปรับลดสมมติฐานราคานํ้ามันดิบปี 2563 อยู่ที่ 40 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล และปี 2564 อยู่ที่ 45 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล หลัง จากความล้มเหลวของการประชุมกลุ่มโอเปก สอดคล้องกับผลกระทบจากทั้งกำลังการผลิตที่เพิ่มและความต้องการที่ชะลอตัวจากสถานการณ์ไวรัสโคโรนา ที่คาดว่าจะยืดเยื้อ โดยคำแนะนำกลุ่มปิโตรเลียม “เท่าตลาด” ในภาพระยะยาว ภายใต้ประมาณการใหม่ มูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2563 PTTEP อยู่ที่ 110.00 บาทต่อหุ้น จากเดิม 170.00 บาท และ PTT อยู่ที่ 42.00 บาทต่อหุ้น จากเดิม 55.00 บาทต่อหุ้น
หน้า 13-14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,556 วันที่ 12-14 มีนาคม 2563






