thansettakij
thansettakij
“ไพบูลย์” จี้รัฐช่วยถูกจุด-อย่าหว่านเงินทั้งระบบ

“ไพบูลย์” จี้รัฐช่วยถูกจุด-อย่าหว่านเงินทั้งระบบ

10 มี.ค. 63 | 10:02 น.

ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย จี้รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นให้ถูกจุด ไม่ควรหว่านเงินทั้งระบบอย่างไม่จำเป็น มั่นใจสถานการณ์ดีขึ้นภายในไตรมาส 2 และฟื้นตัวครึ่งปีหลัง

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปัจจุบันที่ถูกกระทบจากไวรัสโคโรนา เป็นวิกฤติที่ไทยไม่ได้ก่อขึ้นเอง  คาดสถานการณ์จะดีขึ้นภายในไตรมาส 2 ปี 2563 และเริ่มฟื้นตัวครึ่งปีหลัง โดยเศรษฐกิจไทยยังไม่ช้ำมาก อาจจะต้องหยุดกิจกรรมชั่วคราว อย่างไรก็ดีรัฐบาลควรมีมาตรการกระตุ้นหรือช่วยเหลือให้ถูกจุด เช่น คนตกงาน และภาคธุรกิจ นอกเหนือจากการมาตรการทางการเงินที่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ควรต้องมีมาตรการทางการคลังออกมาช่วยอีกทาง และไม่ควรหว่านเงินทั้งระบบอย่างไม่จำเป็น

สำหรับมาตรการด้านตลาดทุน ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการพิจารณาจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยจะพิจารณามาตรการขยายวงเงินพิเศษของกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ลงทุนในหุ้นได้ลดหย่อนภาษีอีก 200,000 บาท โดยต้องลงทุนในหุ้นไม่น้อยกว่า 65% โดยจะเน้นช่วงลงทุนเดือนเมษายน-มิถุนายน เพื่อช่วยกระตุ้นการลงทุนกลับมาในตลาดทุนได้ ทั้งนี้ หากเริ่มใช้ได้จริง แต่ยังไม่สามารถช่วยหนุนให้สภาพตลาดหุ้นไทยฟื้นได้ในช่วง 1-2 เดือน อาจต้องพิจารณาออกมาตรการเพิ่มเติม และหากมาตรการดังกล่าวได้ผลดีอาจพิจารณาเป็นมาตรการในระยะยาวต่อไป

“สถานการณ์ตลาดหุ้นจะเลวร้ายกว่านี้หรือไม่นั้น ไม่สามารถตอบได้ แต่เชื่อว่าจะดีขึ้นได้ ในระยะสั้นแนะนำนักลงทุนไม่ควรเข้ามาตลาดหุ้นช่วงนี้ แต่ถ้าสามารถถือได้ 2-3 ปี ค่อยพิจารณาอีกครั้ง เพราะปัจจัยที่เกิดขึ้นล้วนมาจากปัจจัยภายนอก โดยสิ่งที่ทำให้ตลาดหุ้นมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น คือ มาตรการภาครัฐที่ต้องสนับสนุนการลงทุนระยะยาว นอกจากนี้ ทางตลาดทุนยังได้เตรียมแผนจะเสนอการลงทุนรูปแบบอื่น เช่น การส่งเสริมการลงทุนในตลาดหุ้น ถือครอง 2 ปี และสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้”