
โกแบร์ปรับโมเดลรายได้รุกนายหน้าประกัน
เปิดตัวในปี 2558 สำหรับ GoBear (โกแบร์) เว็บไซต์เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ทางการเงินและประกัน ภายใต้วิสัยทัศน์ที่จะสร้างความมั่นคงมั่งคั่งและเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้กับลูกค้าในเอเชีย ล่าสุดมีสาขาใน 7 ประเทศคือ ไทย ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และมาเลเซีย ให้บริการลูกค้า 40 ล้านราย มีพันธมิตรมากกว่า 100 ราย และมีมากกว่า 1,800 โปรดักต์ให้ลูกค้าเปรียบเทียบ
สำหรับไทย ซึ่งเป็น 1 ใน 3 กำลังสำคัญของโกแบร์ร่วมกับสิงคโปร์และฮ่องกง เพราะสามารถส่งต่อโอกาสทางการขายให้กับพันธมิตรที่เป็นบริษัทประกัน ทั้งประกันรถยนต์ ประกันเดินทาง หรือประกันชีวิต มากกว่า 50 ราย คิดเป็นมูลค่าเบี้ยประกันกว่า 1 หมื่นล้านบาท มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินบนแพลตฟอร์มมากกว่า 300 ผลิตภัณฑ์ ส่วนบัตรเครดิต บัตรกดเงินและสินเชื่อต่างๆ ได้ส่งมอบโอกาสมากกว่า 3 ล้านโอกาสให้กับสถาบันการเงินตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา
นางอชิรญา ภวะคงบุญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกแบร์(ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2563 โกแบร์จะเปลี่ยนโมเดลรายได้ มาเป็นรายได้ค่าคอมมิสชันจากเบี้ยประกัน จากเดิมที่มีรายได้จากการคลิกของลูกค้าที่เข้ามาคลิกเลือกประกันบนเว็บไซต์ของเราและส่งต่อให้กับพันธมิตร และเมื่อลูกค้าที่ส่งต่อได้รับอนุมัติ จะมีรายได้ต่อหัวอีกส่วนหนึ่ง แต่ปีนี้มีแผนที่เป็นนายหน้าประกันวินาศภัย ซึ่งจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นและยังทำให้ลูกค้าสามารถช็อปปิ้งได้ครบจบในที่เดียวสำหรับผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้ผลิตภัณฑ์ประกันภัยโดยคาด ว่าน่าจะเปิดตัวได้ช่วงปลายปีนี้
นอกจากนั้น โกแบร์ยังจะเดินหน้าเพิ่มความคุ้มค่าให้กับลูกค้าด้วยการเพิ่มจำนวนพันธมิตรมากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาในเว็บไซต์ของโกแบร์ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ประกันอย่างเดียว แต่ยังได้มูลค่าเพิ่มอย่างอื่นกลับไปด้วย เพราะปัจจุบันพันธมิตรเรายังเป็น Local partner แต่ปีหน้าจะเพิ่มจำนวนพันธมิตรที่เป็น Strategic partner มากขึ้น และมีแผนจะเปิดตัวพันธมิตรที่เป็นบริษัทประกันระดับโลกในปีนี้ 2 ราย เพราะตามเป้าหมายแล้วโกแบร์ต้องการเป็น One stop shopping financial super market สำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ใครๆ ก็ตามที่คิดถึงผลิตภัณฑ์การเงิน มาที่แพลตฟอร์มเรา จะมีทุกอย่างที่อยู่ในนี้ แล้วพันธมิตรจะมาเติมเต็ม ซึ่งตามเป้าหมายจะทำให้สมบูรณ์ไม่เกิน 3 ปี โดยหวังว่า ไม่เกินปี 2566 โกแบร์ก็จะเป็น One stop shopping สำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
“เป้าหมายปีนี้ ในเรื่องประกันเราน่าจะส่งต่อโอกาสให้กับพันธมิตรที่เป็นบริษัทประกันมากกว่า 3 พันล้านบาท และในส่วนของสถาบันการเงินคิดว่า อยากจะส่งต่อโอกาสมากกว่า 1 ล้านราย ซึ่งปีนี้จะโฟกัสกับการเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย เพราะต้องพัฒนาระบบร่วมมือกับพันธมิตร ซึ่งเวลาเราคงหมดไปกับการเชื่อมระบบ จึงยังไม่ได้วางแผนที่จะเป็นตัวแทนธนาคารพาณิชย์ (แบงกิ้ง เอเยนต์) แต่คิดว่าคงเป็นขั้นตอนต่อไป”
สำหรับผลกระทบจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอและการระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) นาง อชิรญากล่าวว่า เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในแง่รายได้ยังเป็นไปตามเป้าหมาย แต่ยอมรับว่า จะมีผลกระทบในเดือนมีนาคม เพราะผลิตภัณฑ์ประกันการเดินทางเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักที่ทำรายได้ให้กับพันธมิตรมากกว่าครึ่งหนึ่ง แต่เมื่อเกิดการระบาดของไวรัส ทำให้ทุกคนงดการเดินทาง ดังนั้นจะต้องหาผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพอื่นเสริม และจะร่วมมือกับพันธมิตรที่จะออกประกันโควิด-19 ด้วย เพราะยังมีความต้องการ เพียงแต่ช่วงนี้คนงดการเดินทาง แต่หวังว่าปลายปีนี้ น่าจะควบคุมไวรัสได้และจะมีการเดินทางอีกครั้ง
“เราเป็น Tech company มีทีมกลยุทธ์ที่มาเลเซียจะรู้ว่า จะกระจายลงทุนที่ไหน อย่างไร และเรามีแพลตฟอร์มตรงกลาง ที่สามารถปรับใช้ได้กับแต่ละประเทศได้ โดยรายได้หลักเราจะมาจากประกันเดินทาง ประกันรถยนต์และสินเชื่อ”
หน้า 15 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,556 วันที่ 12-14 มีนาคม 2563






