
แบงก์แตะเบรก ปล่อยกู้ มุ่งปรับหนี้เชิงรุก
แบงก์แตะเบรก รุกขยายสินเชื่อ บัวหลวงชี้โจทย์สาหัส พร้อมปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุกช่วยลูกหนี้ “แย่มากหรือแย่ น้อย” กดเอ็นพีแอลไม่เกิน 4% ค่าย “เฟิร์สช้อยส์” รุดพบธปท. หาช่องเข้าช่วยให้เร็วและง่ายขึ้นหลังลูกค้าบางส่วนติดเงื่อนไข ทีเอ็มบีแนะรัฐเว้นภาษีกลุ่มท่องเที่ยว 7 จังหวัด เน้น “ยืดหนี้-ลดภาระให้ถูกคนและตรงเวลา” ให้รายย่อย
นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บสย.ได้ช่วยลูกหนี้เอสเอ็มอี โดยการยืดอายุการชำระหนี้อีก 5 ปีจากเดิม 7 ปีรวมเป็น 12 ปี เพื่อให้ภาระผ่อนชำระต่อเดือนลดลง หลังจากเริ่มเห็นสัญญาการผ่อนชำระที่อ่อนลง ถือเป็นการแก้ปัญหากลุ่มที่เริ่มจะมีปัญหา โดยได้ยืดอายุชำระหนี้แล้ว 20,000 ล้านบาท และบสย.จะเข้าไปคํ้าประกันเงินกู้ดอกเบี้ยตํ่าของรัฐบาลด้วย โดยธนาคารออมสินจะเป็นคนปล่อยเงินกู้ให้กับธนาคารพันธมิตร 18 แห่ง ในอัตราดอกเบี้ย 10 สตางค์ เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์นำไปปล่อยต่อในอัตรา 3 บาท คาดว่าจะเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) สัปดาห์หน้า
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน)เปิดเผยว่า การทำธุรกิจธนาคารช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ในแง่การปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นและลดลงเป็นบางช่วง แต่ในเวลานี้ธนาคารพยายามดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุดและพร้อมสนับสนุนลูกค้าเต็มที่ โดยมีมาตรการช่วยเหลือทั้งปรับปรุงโครงสร้างหนี้หรือยืดระยะเวลา ซึ่งบางส่วนเจ้าหน้าที่ธนาคารอยู่ระหว่างติดต่อลูกค้าที่ประสบปัญหา
สอดคล้องกับนายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพระบุว่า สัญญาณการผ่อนชำระของลูกค้าช่วง 2 เดือนนี้แผ่วลง ซึ่งธนาคารพยายามให้ความช่วยเหลือลูกค้าทุกระดับ และเป็นจังหวะดีที่ภาครัฐคือ ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เป็นแรงสำคัญในการออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ โดยเฉพาะการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เพราะแม้ธนาคารจะทำอยู่แล้ว แต่การประกาศผ่อนปรนเกณฑ์ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของธปท.นั้นไม่ได้ช่วยเฉพาะลูกค้า ทั้งประชาชนและภาคธุรกิจ แต่ยังช่วยธนาคารด้วย ซึ่งเท่าที่ดูพบกลุ่มลูกค้าที่ใช้เงินกู้มากกว่าเงินทุนของตัวเองหรือธุรกิจที่รับผลกระทบโดยตรงจากไวรัสโคโรนา(โควิด-19)เช่น กลุ่มโรงแรม และยังพ่วงโยงถึงซัพพลายเชนด้วย
ทั้งนี้ธนาคารพยายามจะดูแลลูกค้าทุกระดับ ไม่ว่าจะยกเว้นการผ่อนชำระ สำหรับหนี้ที่มีสัญญาไม่เกิน 1 ปี ส่วนหนี้ระยะยาว เช่น 8 ปีจะปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ทั้งหมด เพื่อลดภาระผ่อนช่วงต้นๆให้น้อยลงและเพิ่มวงเงินผ่อนชำระตอนปลายสัญญา ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)มีแนวโน้มจะขยับเพิ่มจากที่ผ่านมา แม้จะมีการปรับโครงสร้างหนี้ช่วยลูกค้าทั้งรายเก่าและรายใหม่ แต่ยังเห็นการไหลกลับของลูกหนี้(Re-Entry)โดยเอ็นพีแอลอยู่ที่ 3.5% ซึ่งปีนี้คาดว่าจะไม่เกิน 4.0% หากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญกลางปีนี้ แต่เป็นการยากที่จะคาดการณ์
“ในแง่การให้วงเงินใหม่ที่รัฐบาลส่งเสริม เราก็กำลังทำอยู่ ไม่ว่าจะเป็นรายเก่าหรือรายใหม่ต้องดูศักยภาพธุรกิจที่มีอนาคต ดูความสามารถในการสร้างรายได้หรือมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายเท่าไร และดูความสามารถในการชำระหนี้คืนด้วย เพราะสถานการณ์ตอนนี้สาหัสมาก ต้องถามว่าแย่มากหรือแย่น้อย แต่รายที่แย่หนักน่าจะเป็นกลุ่มทำการค้าวันต่อวัน แม้ไม่มีเหตุการณ์โรคระบาดก็ไม่ดีอยู่แล้ว พอเกิดเหตุการณ์ยิ่งแย่ ที่สำคัญคือกลุ่มทำการค้า โดยใช้เงินกู้สูงเมื่อเจอเหตุการณ์ซํ้าเติมยิ่งเดือดร้อน แม้จะช่วยเต็มที่ แต่ก็ไม่มีใครรอด 100%”
นางสาวณญาณี เผือกขำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด กล่าวว่า หลังจากธปท.มีนโยบายเปิดกว้างให้สถาบันการเงินช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ครอบคลุมทุกกลุ่มนั้น ในส่วนของบริษัทมีลูกค้าเข้ามาขอความช่วยเหลือประมาณ 2,000 ราย วงเงิน 170 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ แต่มีบางส่วนที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งต้องหารือกับธปท.เพื่อหาวิธีให้ความช่วยเหลือที่เร็วและง่ายขึ้น เพื่อประโยชน์ทั้งตัวของลูกค้าและสถาบันการเงิน
“ธปท.มีความกังวลว่า เราจะไปลดหนี้ให้กับลูกหนี้ในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องและทำให้ลูกหนี้มีภาระหนี้ระยะยาวไปอีก จึงต้องมีการพิสูจน์และหารือในรายละเอียดกับธปท.”
ด้าน TMB Analytics ระบุว่า ปัจจัยเร่งด่วนของธนาคารคือ ปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุกให้กับประชาชนและธุรกิจที่รายได้เริ่มหด เพราะหากช่วยลูกค้าได้ทันเวลา จะตัดภาระกันสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของธนาคารได้มากกว่ารายได้ดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมที่ปรับลด เช่น ลดค่าทวงถามหนี้ หรือลดภาระการผ่อนชำระต่องวดหรือยืดหนี้ ซึ่งธปท.ไฟเขียวให้ธนาคารปรับโครงสร้างหนี้ โดยไม่ต้องกันสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ และสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือนลูกค้าได้ เช่น จ่ายดอกเบี้ยยืดหนี้เงินต้น หรือปรับลดดอกเบี้ยให้ถูกลง สำหรับลูกค้าดีมีวินัยทั้งสินเชื่อไม่มีหลักประกันและมีหลักประกัน ที่สำคัญ ต้องทำให้ถูกคนและทันเวลา
หน้า 13-14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,555 วันที่ 8-11 มีนาคม 2563






