
"หุ้นค้าปลีก"เด้ง ขานรับรัฐอัดฉีดเงินแสนล.
หุ้นกลุ่มค้าปลีกคึกคัก ขานรับมาตรการอัดฉีดเงินแสนล้านเพื่อเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโคโรนา หรือโควิด- 19 ซึ่งกระทรวงการคลัง เตรียมเสนอสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในสัปดาห์หน้า
การเคลื่อนไหวของหุ้นกลุ่มค้าปลีก หุ้น บมจ. ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) CPALL ปิดราคาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 63 ยืนระดับ 69.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ +1.09% และปรับเพิ่มขึ้นนับจากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 63 ราว 6.08% จากราคาปิดที่ 65.75 บาท ,หุ้นบมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ หรือ HMPRO เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 63 ปิดที่ 14.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.40บาทหรือ +2.86% และปรับเพิ่มขึ้นจากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่อยู่ระดับ 12.80 บาทหรือเพิ่ม12.5% ,ขณะที่หุ้น JMART ได้ปรับขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 63 ปิดที่ 6.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ + 1.49 บาท ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 63 ปิดที่ 7.45 บาท เพิ่ม 0.25 บาท หรือ + 3.47% และนับจากสิ้นเดือนที่แล้ว หุ้น JMART ปรับขึ้นถึง 11.19%
ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส (ASP) ประเมินว่ามาตรการเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโคโรนาที่กระทรวงการคลังเตรียมเสนอเพื่อให้ครม.เศรษฐกิจอนุมัติในวันที่ 10 มี.ค.63 ในวงเงินรวม 1 แสนล้านบาทหรือราว 1% ของ GDP เพื่อกระตุ้นการบริโภค ประกอบด้วย
1.อัดฉีดเงินกระตุ้นการบริโภค 1,000-2,000 บาท/คน ให้กับประชาชนราว 14.6 ล้านคน หลักๆ คือ ผู้มีรายได้น้อย, อาชีพอิสระ เกษตรกร ผ่านระบบพร้อมเพย์ และอาจใช้ระยะเวลาการแจก 2-3 เดือน คาดใช้เงินรวม 1 แสนล้านบาท
2.โครงการ "กิน พัก เที่ยว" กระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ คือ แจกเงิน 1,000 บาท/คน ผ่านApplication ธนาคารกรุงไทย “เป๋าตัง” โดยต้องลงทะเบียนแย่งสิทธิ์ 5 ล้านคน คาดใช้วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท มาตรการนี้จะคล้ายกับมาตรการชิมช็อปใช้ที่เคยทำเมื่อปลายปี 62
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการอื่น เช่น มาตรการภาษี คือ ผู้ประกอบการสามารถจ้างลูกจ้างต่อและนำค่าใช้จ่ายจากการจ้างงาน มาหักค่าใช้จ่ายสำหรับคำนวณภาษีได้มากกว่า 1 เท่า และมาตรการช่วยเหลือ SME ด้วยการให้ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan) เป็นต้น
มาตรการกระตุ้นที่รัฐออกมาดังกล่าว โดยรวมมุ่งเน้นไปที่กระตุ้นกำลังซื้อและการบริโภคภายในประเทศ ฝ่ายวิจัย ASP มองว่าจะเป็นผลบวกต่อหุ้นค้าปลีกโดยตรง อย่างหุ้น บมจ. ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ( CPALL ) ให้ราคาเป้าหมายที่ 91.00 บาท และหุ้น บมจ.เจ มาร์ท (JMART ) ให้ราคาเป้าหมาย 11.6 บาท
ด้านบล.ทิสโก้ แนะเก็บหุ้น-บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) จากการที่รัฐเตรียมออกหลายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็น Sentiment ที่ดีต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีกโดยรวม ขณะที่ราคาหุ้น BJC ยังฟื้นตัวช้าเป็นจังหวะในการเข้าลงทุนทั้งระยะสั้นและยาว, แนวโน้มกำไรคาดจะทยอยโตดีขึ้นในช่วง 3 ปีข้างหน้าเฉลี่ยปีละ 10% จากมาร์จิ้นโดยรวมในทุกธุรกิจที่ฟื้นตัวโดยเฉพาะธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (PSC) และการขยายสาขา BIGC, ให้ราคาเป้าพื้นฐาน 56 บาท
หุ้น BJC เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 63 ปิด 37.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาทหรือ + 2.72% มูลค่าการซื้อขาย 1,390.83 ล้านบาท และปรับขึ้นจากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ +3.42% จากระดับราคา 36.50 บาท






