
“บ้านปู” อ่วมปี 62 ขาดทุนสุทธิ 552.86 ล้านบาท
บริษัทบ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ได้แจ้งแบบสรุปผลการดำเนินงาน (F45) ระบุ ปี 2562 บริษัทขาดทุนสุทธิ 552.86 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 0.107 บาท เทียบปี 2561 บริษัทมีกำไรสุทธิ 6,693.73 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 1.297 บาท
ฝ่ายบริหารบริษัทฯ ได้สรุปความเห็นว่าแนวโน้มธุรกิจพลังงานในช่วงปี 2562 สะท้อนถึงความท้าทายจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกประกอบกับปัจจัยด้านสภาวะอากาศที่ไม่หนาวเย็นนักในช่วงฤดูหนาวของซีกโลกเหนือ ทำให้ความต้องการใช้พลังงานชะลอตัวและกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในกลุ่มพลังงานในช่วงไตรมาส 4/2562
กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ในปี 2562 คิดเป็น 695 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 41 จากปีก่อนหน้าจากราคาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติที่ปรับลดลง EBITDA ประกอบด้วย จากธุรกิจถ่านหิน 482 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลงร้อยละ 46) EBITDA จากธุรกิจก๊าซธรรมชาติจำนวน 68 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลงร้อยละ 33) และ EBITDA จากธุรกิจไฟฟ้าจำนวน 145 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลงร้อยละ 20)
กำไรสุทธิก่อนผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนคิดเป็น 75 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการแข็งค่าของเงินบาทอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมาท าให้เกิดผลขาดทุนจากการแปลงค่างบการเงินจำนวน 95 ล้านเหรียญสหรัฐ งบการเงินรวมจึงได้บันทึกขาดทุนสุทธิจำนวน 20 ล้านเหรียญสหรัฐเทียบกับกำไรสุทธิจำนวน 206ล้านเหรียญสหรัฐฯในปีก่อนหน้า
สำหรับไตรมาส 4/2562 EBITDA คิดเป็น 131 ล้านเหรียญสหรัฐ ประกอบด้วย จากธุรกิจถ่านหิน 108 ล้านเหรียญสหรัฐ EBITDA จากธุรกิจก๊าซธรรมชาติจำนวน 14 ล้านเหรียญสหรัฐ และ EBITDA จากธุรกิจไฟฟ้าจำนวน 9 ล้านเหรียญสหรัฐ ในไตรมาสนี้ได้บันทึกขาดทุนสุทธิจำนวน 28 ล้านเหรียญสหรัฐก่อนรวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
ในไตรมาส 4/2562ธุรกิจถ่านหินในสาธารณรัฐอินโดนีเซียซึ่งเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนรายงานปริมาณขายถ่านหิน 6.34 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 5 จากไตรมาสก่อนหน้า ราคาขายถ่านหินเฉลี่ย 64 เหรียญสหรัฐต่อตัน ปรับสูงขึ้นร้อยละ 4 ในขณะที่ต้นทุนขายปรับลดลงอีกร้อยละ 2 เป็น 43เหรียญสหรัฐต่อตันด้วยราคาน้ำมันดีเซลที่คงเดิมในระดับ 0.67 เหรียญสหรัฐต่อลิตร อัตรากำไรขั้นต้นจึงปรับสูงขึ้นเป็นร้อยละ 34 เทียบกับร้อยละ 28 ในไตรมาสก่อนหน้า
ธุรกิจถ่านหินในออสเตรเลีย รายงานปริมาณขายจำนวน 2.92 ล้านตันในไตรมาส 4/2562 ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 ราคาขายถ่านหินเฉลี่ยยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องที่ 90.96 เหรียญออสเตรเลียต่อตันด้วยต้นทุนขายเฉลี่ยที่ 53.59 เหรียญออสเตรเลียต่อตัน อัตรากำไรขั้นต้นคิดเป็นร้อยละ 13 เทียบกับร้อยละ 27 ในไตรมาสก่อนหน้า
ธุรกิจถ่านหินในสาธารณรัฐประชาชนจีนรายงานส่วนแบ่งกำไรจำนวน 8 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสนี้ด้วยการผลิต ถ่านหินที่ราบรื่นและความต้องการใช้ในประเทศอยู่ในระดับที่สูงต่อเนื่อง
ธุรกิจก๊าซธรรมชาติมีการผลิตที่ต่อเนื่องจำนวน 18 พันล้านลูกบาศก์ฟุต (Bcf) อย่างไรก็ตามฤดูหนาวที่ไม่ได้รุนแรงนักในสหรัฐอเมริกาประกอบกับปริมาณก๊าซธรรมชาติในคลังสำรองที่มีอยู่มากเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาก๊าซธรรมชาติในช่วงปลายปี ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 1.21 เหรียญสหรัฐฯต่อล้าน BTU (MMBtu) โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นคิดเป็นร้อยละ 23
ธุรกิจไฟฟ้าในส่วนของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในสาธารณรัฐประชาชนจีนรายงานกำไรสุทธิจำนวน 5.62ล้านเหรียญสหรัฐ ในไตรมาสนี้ โรงไฟฟ้า BLCP ได้จำหน่ายไฟฟ้าครบตามสัญญาในเดือนตุลาคมจึงได้พักการผลิตในช่วงปลายปีส่งผลให้รายงานส่วนแบ่งขาดทุนจำนวน 5 ล้านเหรียญสหรัฐ โรงไฟฟ้าหงสารายงานส่วนแบ่งกำไรจำนวน 7 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากการผลิตไฟฟ้ามีความจำเป็นต้องหยุดตรวจสอบในช่วงเดือนพฤศจิกายนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขณะนี้ทั้ง 3 หน่วยผลิตของโรงไฟฟ้าหงสาได้กลับมาเดินเครื่องจักรผลิตไฟฟ้าอย่างเต็มระบบสมบูรณ์ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2563
บ้านปู ยังคงพัฒนาและก่อสร้างโครงการต่างๆให้เป็นไปตามแผน พร้อมทั้งเดินหน้าสร้างความเติบโตในประเทศต่างๆ ภายใต้กลยุทธ์ Greener & Smarter อย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้การจัดตั้ง Banpu NEXT ซึ่งเกิดจากการปรับโครงสร้างโดยการควบรวมบริษัทฯ จะช่วยสร้างโอกาสในการต่อยอดธุรกิจพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีพลังงานเพื่อตอบโจทย์รูปแบบการใช้พลังงาน ในอนาคต






