thansettakij
thansettakij
“บ้านปู” อ่วมปี 62 ขาดทุนสุทธิ 552.86 ล้านบาท

“บ้านปู” อ่วมปี 62 ขาดทุนสุทธิ 552.86 ล้านบาท

21 ก.พ. 63 | 05:12 น.

บริษัทบ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ได้แจ้งแบบสรุปผลการดำเนินงาน (F45) ระบุ ปี 2562 บริษัทขาดทุนสุทธิ 552.86 ล้านบาท  คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 0.107 บาท  เทียบปี 2561 บริษัทมีกำไรสุทธิ 6,693.73 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 1.297 บาท  

 

ฝ่ายบริหารบริษัทฯ ได้สรุปความเห็นว่าแนวโน้มธุรกิจพลังงานในช่วงปี 2562 สะท้อนถึงความท้าทายจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกประกอบกับปัจจัยด้านสภาวะอากาศที่ไม่หนาวเย็นนักในช่วงฤดูหนาวของซีกโลกเหนือ ทำให้ความต้องการใช้พลังงานชะลอตัวและกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในกลุ่มพลังงานในช่วงไตรมาส 4/2562

 

กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ในปี 2562 คิดเป็น 695 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 41 จากปีก่อนหน้าจากราคาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติที่ปรับลดลง EBITDA ประกอบด้วย จากธุรกิจถ่านหิน 482 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลงร้อยละ 46) EBITDA จากธุรกิจก๊าซธรรมชาติจำนวน 68 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลงร้อยละ 33) และ EBITDA จากธุรกิจไฟฟ้าจำนวน 145 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลงร้อยละ 20)

 

กำไรสุทธิก่อนผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนคิดเป็น 75 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการแข็งค่าของเงินบาทอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมาท าให้เกิดผลขาดทุนจากการแปลงค่างบการเงินจำนวน 95 ล้านเหรียญสหรัฐ งบการเงินรวมจึงได้บันทึกขาดทุนสุทธิจำนวน 20 ล้านเหรียญสหรัฐเทียบกับกำไรสุทธิจำนวน 206ล้านเหรียญสหรัฐฯในปีก่อนหน้า

 

สำหรับไตรมาส 4/2562 EBITDA คิดเป็น 131 ล้านเหรียญสหรัฐ ประกอบด้วย จากธุรกิจถ่านหิน 108 ล้านเหรียญสหรัฐ EBITDA จากธุรกิจก๊าซธรรมชาติจำนวน 14 ล้านเหรียญสหรัฐ และ EBITDA จากธุรกิจไฟฟ้าจำนวน 9 ล้านเหรียญสหรัฐ ในไตรมาสนี้ได้บันทึกขาดทุนสุทธิจำนวน 28 ล้านเหรียญสหรัฐก่อนรวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน

 

ในไตรมาส 4/2562ธุรกิจถ่านหินในสาธารณรัฐอินโดนีเซียซึ่งเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนรายงานปริมาณขายถ่านหิน 6.34 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 5 จากไตรมาสก่อนหน้า ราคาขายถ่านหินเฉลี่ย 64 เหรียญสหรัฐต่อตัน ปรับสูงขึ้นร้อยละ 4 ในขณะที่ต้นทุนขายปรับลดลงอีกร้อยละ 2 เป็น 43เหรียญสหรัฐต่อตันด้วยราคาน้ำมันดีเซลที่คงเดิมในระดับ 0.67 เหรียญสหรัฐต่อลิตร อัตรากำไรขั้นต้นจึงปรับสูงขึ้นเป็นร้อยละ 34 เทียบกับร้อยละ 28 ในไตรมาสก่อนหน้า

ธุรกิจถ่านหินในออสเตรเลีย รายงานปริมาณขายจำนวน 2.92 ล้านตันในไตรมาส 4/2562 ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 ราคาขายถ่านหินเฉลี่ยยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องที่ 90.96 เหรียญออสเตรเลียต่อตันด้วยต้นทุนขายเฉลี่ยที่ 53.59 เหรียญออสเตรเลียต่อตัน อัตรากำไรขั้นต้นคิดเป็นร้อยละ 13 เทียบกับร้อยละ 27 ในไตรมาสก่อนหน้า

 

ธุรกิจถ่านหินในสาธารณรัฐประชาชนจีนรายงานส่วนแบ่งกำไรจำนวน 8 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสนี้ด้วยการผลิต ถ่านหินที่ราบรื่นและความต้องการใช้ในประเทศอยู่ในระดับที่สูงต่อเนื่อง

 

ธุรกิจก๊าซธรรมชาติมีการผลิตที่ต่อเนื่องจำนวน 18 พันล้านลูกบาศก์ฟุต (Bcf) อย่างไรก็ตามฤดูหนาวที่ไม่ได้รุนแรงนักในสหรัฐอเมริกาประกอบกับปริมาณก๊าซธรรมชาติในคลังสำรองที่มีอยู่มากเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาก๊าซธรรมชาติในช่วงปลายปี ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 1.21 เหรียญสหรัฐฯต่อล้าน BTU (MMBtu) โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นคิดเป็นร้อยละ 23

ธุรกิจไฟฟ้าในส่วนของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในสาธารณรัฐประชาชนจีนรายงานกำไรสุทธิจำนวน 5.62ล้านเหรียญสหรัฐ ในไตรมาสนี้ โรงไฟฟ้า BLCP ได้จำหน่ายไฟฟ้าครบตามสัญญาในเดือนตุลาคมจึงได้พักการผลิตในช่วงปลายปีส่งผลให้รายงานส่วนแบ่งขาดทุนจำนวน 5 ล้านเหรียญสหรัฐ โรงไฟฟ้าหงสารายงานส่วนแบ่งกำไรจำนวน 7 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากการผลิตไฟฟ้ามีความจำเป็นต้องหยุดตรวจสอบในช่วงเดือนพฤศจิกายนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขณะนี้ทั้ง 3 หน่วยผลิตของโรงไฟฟ้าหงสาได้กลับมาเดินเครื่องจักรผลิตไฟฟ้าอย่างเต็มระบบสมบูรณ์ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2563

 

บ้านปู ยังคงพัฒนาและก่อสร้างโครงการต่างๆให้เป็นไปตามแผน พร้อมทั้งเดินหน้าสร้างความเติบโตในประเทศต่างๆ ภายใต้กลยุทธ์ Greener & Smarter อย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้การจัดตั้ง Banpu NEXT ซึ่งเกิดจากการปรับโครงสร้างโดยการควบรวมบริษัทฯ จะช่วยสร้างโอกาสในการต่อยอดธุรกิจพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีพลังงานเพื่อตอบโจทย์รูปแบบการใช้พลังงาน ในอนาคต