
เอชเอสบีซี(ไทย) ยันไม่ได้รับผลกระทบแผนลดคน
เอชเอสบีซีไทย ยันไม่ได้รับผลกระทบแผนลดคน หลังปรับโครงสร้างธุรกิจ ลดขนาดองค์กรเมื่อ 8 ปี เน้นธุรกิจคอร์ปอเรต บริษัทข้ามชาติ มีพนักงานระดับเพียง 400 คน
จากการที่เอชเอสบีซี โฮลดิ้งส์ ธนาคารยักษ์ใหญ่สัญชาติอังกฤษ ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ตั้งเป้าลดต้นทุนลง 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังผลกำไรหาย 33% จากวิกฤติประท้วงในฮ่องกงยืดเยื้อ ซํ้าเติมด้วยโควิด-19 โดยแผนการลดต้นทุน ยังหมายรวมถึงการปรับลดจำนวนพนักงานลง 35,000 คน หรือราว 15% ของจำนวนพนักงานเอชเอสบีซีทั่วโลกภายในระยะ 3 ปีข้างหน้า
โนเอล ควิน รักษาการณ์ซีอีโอของธนาคาร กล่าวว่า จากแผนการปรับโครงสร้างบริษัทดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดการปรับลดจำนวนพนักงานทั้งหมดลดลงจาก 235,000 ตำแหน่ง ให้เหลือใกล้ระดับ 200,000 ตำแหน่ง ภายใน 3 ปีหน้า
แถลงการณ์ของเอชเอสบีซี ระบุว่าทางธนาคารจะปรับลดจำนวนสาขาในสหรัฐลงถึง 1 ใน 3 ของจำนวนสาขาที่มีในปัจจุบัน 224 สาขา และจะให้บริการเฉพาะกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น นอกจากนี้ทางธนาคารแห่งนี้ยังเตรียมควบรวมธุรกิจธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยเข้ากับธุรกิจบริหารความมั่งคั่งอีกด้วย รวมถึงแผนการปรับลดขนาดของธุรกิจนายหน้าและการจัดทำบทวิเคราะห์ในตลาดทุนของยุโรป
สำหรับเอชเอสบีซี สาขาประเทศไทย ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ต่างชาติแห่งแรกที่ตั้งขึ้นในประเทศไทยร่วม 132 ปี แหล่งข่าวธนาคารเปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายธนาคารแม่ เนื่องจากธุรกิจของธนาคารปัจจุบัน เน้นคอร์ปอเรต ลูกค้าองค์กร รวมทั้งบริษัทข้ามชาติในไทย เป็นหลัก ปัจจุบันธนาคารมีจำนวนพนักงาน 400 คนถือว่าไม่มาก แตกต่างจากก่อนหน้า10 ปีที่แล้วที่เอชเอสบีซี รุกธุรกิจรีเทลแบงก์กิ้งหรือสินเชื่อรายย่อย จึงต้องใช้พนักงานจำนวนมากกว่าพันคน
ทั้งนี้ HSBC เคยเป็นผู้นำธุรกิจรีเทลแบงกิ้งในไทย (ธนาคารต่างชาติรองจากซิตี้แบงก์ )ได้ตัดสินในขายพอร์ตลูกหนี้รายย่อย ซึ่งประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ธุรกิจสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจเงินฝากส่วนบุคคลและตั๋วแลกเงิน คิดเป็นมูลค่า 3,557 ล้านบาท บวกกับมูลค่าของสินทรัพย์สุทธิ (มูลค่าสินทรัพย์หักด้วยมูลค่าหนี้สิน)ให้กับธนาคารกรุงศรีอยุธยาเมื่อต้นปี 2555 พร้อมได้ปรับโครงสร้างธุรกิจ/ลดขนาดองค์กร จนปัจจุบันมีพนักงานเพียง 400 คน
HSBC,เอชเอสบีซี






