thansettakij
thansettakij
คลินิกแก้หนี้  และโครงการrefinance บัตรดี  กับการแก้ปัญหาอย่างครบวงจร

คลินิกแก้หนี้  และโครงการrefinance บัตรดี  กับการแก้ปัญหาอย่างครบวงจร

16 ก.พ. 63 | 02:15 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.พ. 63 | 12:40 น.

มาตรการสำคัญที่จะคุยในคอลัมน์วันนี้คือ โครงการคลินิกแก้หนี้ ระยะที่ 3 กับการแก้หนี้บัตรเสีย ท่านอาจสงสัยว่า ทำไมแบงก์ชาติจึงเข้ามาดูปัญหาหนี้บัตร เพราะหนี้บัตรถือเป็นความจริงของชีวิตที่คนไทยจำนวนมากกำลังเผชิญอยู่ หลังจากโครงการ 2 เฟสแรก นับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2560 ช่วยแก้ปัญหาปรับโครงสร้างหนี้ให้ประชาชนได้กว่า 3 พันคน ครอบคลุมบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดกว่า 13,000 ใบ

โครงการเฟส 3 ซึ่งเพิ่งเริ่มวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 ได้ปรับเกณฑ์ให้สามารถช่วยแก้ปัญหาหนี้บัตรให้คนไทยได้กว้างขึ้น ครอบคลุมกรณีหนี้บัตรที่เป็น NPL ทั้งกรณี (1) ยังไม่เข้าสู่กระบวนการศาล (2) เจ้าหนี้ฟ้องแล้วเป็นคดีดำ และ (3) ฟ้องร้องมีคำพิพากษาแล้วเป็นคดีแดงรวมทั้งขยับ NPL Cut off date เป็นวันที่ 1 มกราคม 2563 เพื่อให้ครอบคลุมหนี้ที่เพิ่งกลายเป็น NPL ก่อนวันปีใหม่ที่ผ่านมา เพื่อรองรับลูกค้าที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนั้น โครงการเฟส 3 จะปรับกระบวนการทำงานให้กระชับรวดเร็วขึ้น รวมทั้งจะทำงานเชิงรุก ด้วยการเปิดจุดให้บริการในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ รองรับลูกค้าที่ไม่สามารถเดินทางมาที่สำนักงานในช่วงวันทำการปกติ ตลอดจนจะลงพื้นที่ออกไปพบลูกค้าตามสถานประกอบการทั่วประเทศมากขึ้น และยังจะประสานความร่วมมือกับศาลและกรมบังคับคดีเพื่อหาข้อสรุปในขั้นตอนไกล่เกลี่ย ซึ่งจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงประชาชนผู้เดือดร้อนอีกทางหนึ่ง

คลินิกแก้หนี้  และโครงการrefinance บัตรดี  กับการแก้ปัญหาอย่างครบวงจร

 

คลินิกแก้หนี้  และโครงการrefinance บัตรดี  กับการแก้ปัญหาอย่างครบวงจร

ความพิเศษของโครงการคลินิกแก้หนี้ ที่ประชาชนอาจจะยังไม่ทราบมีอย่างน้อย 2 เรื่องคือ 1. มีสถาบันการเงินร่วมเป็นสมาชิก 35 แห่ง ทำให้โครงการกลายเป็น “เครือข่ายที่ช่วยเหลือประชาชนแก้หนี้บัตร” ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ล่าสุดธนาคารออมสิน เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFI) แห่งแรกที่เข้าร่วม โดยลูกหนี้ไม่ต้องติดต่อสง.เจ้าหนี้ ทีละราย เพียงติดต่อ บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิทฯ หรือ SAM เท่านั้นให้ทำหน้าที่เป็นคนกลางที่ช่วยประสานงานระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ -ซึ่งเป็นบริการฟรี

2. ลูกหนี้จะได้รับเงื่อนไขปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่ผ่อนปรนปฏิบัติได้ คือ คิดดอกเบี้ย 4-7% ขึ้นกับรายได้ ระยะเวลาผ่อนชำระนานถึง 10 ปี เทียบกับกรณีไปเจรจากับเจ้าหนี้เดิมอาจถูกเรียกให้จ่ายคืนภายในเวลาสั้นๆ เช่น 6 เดือน นั่นหมายความว่า ยอดเงินที่ต้องผ่อนชำระต่อเดือนจะไม่สูงเกินไป เช่น ถ้ามีหนี้ 5 หมื่น ยอดผ่อนต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 600 บาท หรือถ้ามีหนี้ 1 แสนบาท ยอดผ่อนต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 1,200 บาทเท่านั้น และเมื่อลูกหนี้ผ่อนชำระเสร็จตามสัญญา ก็จะยกดอกเบี้ยค้างชำระเดิมให้ทั้งหมด

 

โครงการรีไฟแนนซ์หนี้บัตรดี สำหรับประชาชนที่มีวินัยและประวัติดี ปกติเมื่อพูดถึงการแก้ไขหนี้เสีย หรือ NPL คำถามที่มักจะได้ยิน คือลูกหนี้ที่ประวัติการผ่อนชำระปกติและมีวินัยทางการเงินจะได้รับการช่วยเหลืออย่างไร? ซึ่งธนาคารออมสินได้เปิดตัวโครงการรีไฟแนนซ์หนี้บัตรดี เพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้แก่ประชาชนที่มีวินัยและมีประวัติผ่อนชำระดี จากที่เดิมที่อาจจะต้องจ่ายดอกเบี้ยสูง 18% หรือ 28% แต่เมื่อย้ายมาอยู่ที่ออมสินแล้ว จะคิดดอกเบี้ยเพียง 8.50-10.50% ตามความเสี่ยง

การดำเนินโครงการคลินิกแก้หนี้สำหรับหนี้บัตรเสีย และโครงการรีไฟแนนซ์หนี้บัตรดีควบคู่กันทำให้การแก้ปัญหาหนี้บัตรเป็นไปอย่างครบวงจร

คอลัมน์ยังอีโคโนมิสต์

โดย : คมน์ ไทรงาม

ฝ่ายคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)