thansettakij
thansettakij
ปัจจัยลบกระหน่ำ!วัดฝีมือทีมศก.“ลุงตู่”

ปัจจัยลบกระหน่ำ!วัดฝีมือทีมศก.“ลุงตู่”

12 ก.พ. 63 | 03:20 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ก.พ. 63 | 10:25 น.

เริ่มต้นปีมาไม่กี่วัน ก็เห็นหลายสำนักทยอยปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปี 2563 ลง หลังเจอปัจจัยลบรุมเร้า ทั้งการระบาดของไวรัสโคโรนา และยังซํ้าเติมด้วยความล่าช้าของงบประมาณปี 2563 ทำให้ 2 เครื่องยนต์หลักที่เป็นพระเอกในการผลักดันเศรษฐกิจปี 2562 เริ่มอ่อนแรงลง แม้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะประกาศให้ปี 2563 เป็นปีแห่งการลงทุน เพื่อผลักดันการลงทุนในประเทศให้มาทดแทนภาคส่งออกที่ติดลบถึง 2.7% ในปีก่อน

 

ดังนั้นทางออกเดียวที่จะดันให้เศรษฐกิจขยายตัวขึ้นบ้างในปีนี้ คงหนีไม่พ้นกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ อย่างปีก่อนที่รัฐบาลเดินหน้ากระตุ้นการบริโภคของประชาชนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชิมช้อปใช้ หรือแม้แต่มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบปัญหาภัยแล้ง ฉะนั้นปีนี้รัฐบาลจึงพุ่งเป้าหนุนในประเทศส่วนที่ยังขาดนั่นคือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและคนตัวเล็กผ่านการกระตุ้น การลงทุน

เริ่มจากมาตร การต่อเติม เสริมทุน เอสเอ็มอีสร้างไทย โดยแบ่งความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ต้องการสภาพคล่อง กลุ่มที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือทันที และกลุ่มที่มีศักยภาพ ผ่านความช่วยเหลือด้วย การให้สินเชื่อ ดอกเบี้ยตํ่า การเพิ่มวงเงินคำ้ประกันของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) ที่สูงขึ้นจาก 30% เป็น 40% เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้มากขึ้น จากการเติมทุนเข้าสู่ระบบได้ไม่ตํ่ากว่า 180,000 ล้านบาททีเดียว

ปัจจัยลบกระหน่ำ!วัดฝีมือทีมศก.“ลุงตู่”

 

กระทรวงการคลังยังออกมาตรการสนับสนุนการลงทุนในประเทศอีกระลอก โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการลงทุนขยายกิจการ หรือปรับเปลี่ยนเครื่องจักรในยามที่เศรษฐกิจไม่ดี เพราะเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว ก็จะสามารถบุกตลาดได้ทันที ซึ่งถือว่าเป็นยาแรงที่จะกระตุ้นได้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะผู้ประกอบ การสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักรไปหักลดหย่อนภาษีได้สูงถึง 2.5 เท่า สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เคยให้สิทธิประโยชน์มา ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร 148 รายการ และสินเชื่อพิเศษจากสถาบันการเงินอีก โดยหวังว่าจะสามารถเติมเงินเข้าสู่ระบบได้ไม่ตํ่ากว่า 110,000 ล้านบาท และดันเศรษฐกิจให้เติบโตได้อย่างน้อย 0.25%

“มาตรการต่างๆ เหล่านี้จะสามารถชดเชยปัญหาที่ยังใช้งบประมาณปี 2563 ไม่ได้ และส่งออกที่แม้เศรษฐกิจโลกจะเริ่มมีสัญญาณดีขึ้นจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนเริ่มคลี่คลาย แต่การส่งออกของไทยก็ยังไม่มีวี่แววจะฟื้นตัวขึ้นมากนัก จากปัญหาเงินบาทที่แข็งค่าก่อนหน้า” นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลังกล่าว

   อุตตม สาวนายน

 

 

ล่าสุดกระทรวงการคลังได้ออกมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยวอีกครั้ง นอกจากขยายเวลายื่นและชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2562 ออกไปอีก 3 เดือน เพื่อให้ผู้ที่ต้องชำระภาษีมีเงินเหลือในกระเป๋าไว้ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแล้ว ยังใช้มาตรการภาษีในการหักค่าใช้จ่ายสัมมนา อบรมต่างๆ ได้อีก 2 เท่าของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง และค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมโรงแรมต่างๆอีก 1.5 เท่าภายในปีนี้ รวมถึงลดภาษีสรรพสามิตนํ้ามันเครื่องบินเหลือ 20 สตางค์ต่อลิตร พร้อมเตรียมวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยตํ่าให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวอีก 123,000 ล้านบาท

ถือเป็นการอัดยาแรงตั้งแต่ต้นปี เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ตามคาด โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)ยังยืนยันตัวเลขเศรษฐกิจไทยปีนี้ว่า จะยังขยายตัวได้ 2.8% ตามที่เคยคาดการณ์ไว้

แต่นายลวรณ แสงสนิท ผอ.สศค.ยอมรับว่า กระทรวงการคลังจะยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศออกมาอีกต่อเนื่องตลอดทั้งปี ขึ้นกับสถานการณ์เศรษฐกิจนั้นๆ เพราะดูจากแนวโน้มเศรษฐกิจต่างประเทศแล้ว การสร้างความแข็งแกร่งในประเทศยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่มาก

“อย่างชิมช้อปใช้ 4 จะออกก่อนช่วงสงกรานต์แน่ เพื่อให้ทันต่อการกระตุ้นการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์นี้”

แม้มาตรการรัฐจะออกมาเป็นระลอก แต่ก็ยังไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าจะมีปัจจัยลบจากภายนอกอื่นๆ เข้ามาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ แต่ที่สุดจะเป็นการวัดฝีมือของทีมเศรษฐกิจว่าจะสามารถประคองเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นขวากหนามได้หรือไม่

 

หน้า 13-14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,547 วันที่ 9 - 12 กุมภาพันธ์ 2563