thansettakij
thansettakij
ลดวงเงิน ขั้นต่ำ5% ผ่อนบัตรรูดปรื๊ด

ลดวงเงิน ขั้นต่ำ5% ผ่อนบัตรรูดปรื๊ด

10 ก.พ. 63 | 23:30 น.

ชมรมบัตรเครดิตเตรียมออกมาตรการ อุ้มลูกค้าอีกรอบ จ่อลดวงเงินชำระขั้นตํ่าจาก 10% เหลือ 5% ถึงสิ้นปี 63 บรรเทาภาระผู้ประกอบการ-ลูกจ้าง ลดผลกระทบจากไวรัสระบาดด้านแบงก์แห่ชิงเค้กรีไฟแนนซ์ลูกหนี้ดีเข้าพอร์ต ชี้สินเชื่อ 3 เดือนแรกปี 63 ยังไร้สัญญาณบวก ลุ้นฟื้นตัวไตรมาส 2

 

ภาคการท่องเที่ยวไทย ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 17% ของจีดีพีกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของไวรัสโคโรนาและเมื่อรวมกับความล่าช้าของงบประมาณปี 2563 ทำให้หลายสำนักวิจัยปรับลดประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ลงทั้งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)ปรับลดจาก 3.3% เหลือ 2.8% ทีเอ็มบีปรับลดเป็น 1.7-2.1% ซีไอเอ็มบีไทย 2.4% ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)พร้อมใจลงมติเป็นเอกฉันท์ปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ระดับ 1.00%

ล่าสุดผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายวิรไท สันติประภพ ระบุว่า ธปท.จะร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทยขอความร่วมมือจากธนาคารสมาชิกให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โดยจะพิจารณาเงินทุนหมุนเวียนหรือสภาพคล่องเพิ่มเติม รวมถึงปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุก อย่างภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งมีลูกจ้างจำนวนมาก จึงขอให้ทุกธนาคารพิจารณาช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบธุรกิจและรายบุคคลผ่านวงเงินสินเชื่อระยะยาว ในอัตราดอกเบี้ยตํ่า รวมทั้งพิจารณาผ่อนเกณฑ์สำหรับผ่อนชำระหนี้ขั้นตํ่าควบคู่กันไปด้วย

ลดวงเงิน ขั้นต่ำ5% ผ่อนบัตรรูดปรื๊ด

 

ต่อประเด็นดังกล่าวนายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงกิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา(BAY)ในฐานะประธานชมรมสินเชื่อบัตรเครดิตเปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า แนวโน้มจะเห็นผู้ประกอบธุรกิจทั้งธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลแต่ละแห่งออกมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ตามที่ได้หารือกับธปท. โดยอยู่ระหว่างเลือกกลุ่มลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น ผู้ประกอบธุรกิจกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร ฯลฯ และให้ความช่วยเหลือลูกหนี้บุคคล โดยผ่อนเกณฑ์ชำระขั้นตํ่าต่อเดือนให้ตํ่ากว่า 10%

ฐากร ปิยะพันธ์

   

“ธปท.ขอให้ชมรมบัตรเครดิตพิจารณาปรับลดอัตราผ่อนชำระหนี้ขั้นตํ่าให้ตํ่ากว่า 10% อาจจะเหลือเพียง 5% ไปจนถึงสิ้นปี 2563”

นายฐากรกล่าวถึงภาพรวมสินเชื่อรายย่อยปีนี้ว่า ยังไม่มีปัจจัยบวก โดย 3 เดือนแรกของปีไม่สามารถคาดหวังต่อการขยายสินเชื่อได้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจยังไม่เอื้อ แต่ยังพอมีความหวังว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะดีขึ้นในไตรมาส 2 แม้จะไม่สามารถชดเชยหรือทดแทน 3 เดือนแรกที่หายไปได้ก็ตาม ดังนั้นโจทย์หลักของธุรกิจจำเป็นต้องมองหาโอกาสในการทำตลาดให้ตรงจุด ไม่ว่าการขยายฐานลูกค้ารายใหม่หรือกระตุ้นการใช้จ่ายภายใต้กรอบที่กำหนด

 

นางอภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์กล่าวว่า ธนาคารอยู่ระหว่างหารือกับธปท.และสมาคมธนาคารไทย เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเพิ่มเติม หลังจากที่เริ่มเห็นว่าความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ช้าลงเรื่อยๆ ซึ่งเป็นผลพวงจากการแพร่ระบาดของไวรัส ได้ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจผ่านภาคท่องเที่ยวและกระทบเป็นลูกโซ่ในกลุ่มโรงแรม ลูกจ้าง ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก บริษัททัวร์ สายการบิน และแท็กซี่ โดยคาดว่าจะออกมาตรการเพิ่มเติมมาเป็นซีรีส์ได้ในสัปดาห์หน้า

นางสาวอรอนงค์ อุดมก้านตรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารด้านกลยุทธ์ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทยกล่าวว่า ตลาดสินเชื่อรายย่อยปีนี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องเผชิญจากผลกระทบรอบด้าน ซึ่งกลยุทธ์ของธนาคารจะมุ่งสร้างให้ลูกค้าทำธุรกรรมผ่านดิจิทัล(Go Digital)และเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีเครดิต โดยตั้งเป้าจะเติบโตในสินเชื่อรีไฟแนนซ์ให้กับลูกค้าดี ซึ่งจะเปิดรับสินเชื่อส่วนบุคคลทุกประเภท ไม่ว่า บ้าน บัตรเครดิต รถยนต์ ซึ่งรวมบริษัทในเครือด้วย

“ปีนี้จะทำตลาดรีไฟแนนซ์ให้มากขึ้น ตั้งเป้าสินเชื่อใหม่ 5.3 หมื่นล้านบาท สิ้นปีจะมียอดสินเชื่อคงค้างเป็น 1.6 แสนล้านบาทและพยายามจะเพิ่มสินเชื่อรีไฟแนนซ์ให้มีสัดส่วน 50% ของพอร์ตสินเชื่อรวม ซึ่งจุดเด่นเราคือ มีฐานข้อมูล รู้วิธี (Know How) และมีระบบที่ดีสามารถจัดกลุ่มลูกค้าที่มีเครดิตไว้ด้วยกัน ที่สำคัญขณะนี้เราเป็นที่รู้จักของลูกค้าแล้ว”

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พบว่าสถาบันการเงินหลายแห่งโปรโมตสินเชื่อรีไฟแนนซ์ โดยเจาะกลุ่มลูกหนี้ดี ทั้งสินเชื่อบุคคลซิตีคอร์ป ลีสซิ่ง เจาะกลุ่มพนักงานที่มีรายได้ 2 หมื่นบาทขึ้นไปอนุมัติวงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท คิดดอกเบี้ย 7.99% ต่อปี ผ่อนชำระ 5 ปี โดยผู้ขอสินเชื่อ ต้องไม่มีประวัติชำระหนี้ล่าช้าหรือผิดนัดชำระหนี้

 

หน้า 13-14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,547 วันที่ 9 - 12 กุมภาพันธ์ 2563