thansettakij
thansettakij
เอกชนโล่ง  งบ 63  ไม่โมฆะ

เอกชนโล่ง งบ 63 ไม่โมฆะ

08 ก.พ. 63 | 05:30 น.

รัฐบาล-เอกชน โล่งอก หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยพ.ร.บ.งบ 63 ไม่โมฆะ สั่งสภาผู้แทนราษฎรโหวตใหม่วาระ 2-3 ส.อ.ท. เริ่มมีความหวัง การจัดซื้อจัดจ้าง ลงทุนภาครัฐ ปลุกกำลังซื้อ กระตุ้นเศรษฐกิจภายใน

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเสียงข้างมากมีคำวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ที่มีส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันเป็นการกระทำโดยไม่สุจริต แต่ไม่ทำให้ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ 2563 ตกไปทั้งฉบับ โดยศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งให้สภาผู้แทนราษฎรลงคะแนนร่างพ.ร.บ.งบปี 2563 ในวาระที่ 2 วาระที่ 3 และข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการใหม่

จากนั้นให้เสนอร่างพระราชบัญญัติที่แก้ไขให้ถูกต้องดังกล่าวให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ เพื่อดําเนินการตามรัฐธรรมนูญต่อไป พร้อมทั้งให้สภาผู้แทนราษฎรรายงานผลการปฏิบัติตามคําบังคับต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 30 วันนับแต่วันที่ศาลมีคําวินิจฉัย

หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว รัฐบาลจะมีการนำเรื่องนี้เข้าหารือถึงแนวทางการเร่งผลักดันพ.ร.บ.งบปี 2563 ออกมาใช้โดยเร็วที่สุด โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะบรรจุเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 13 ก.พ.นี้

มติของศาลรัฐธรรมนูญทำให้ภาคเอกชน เริ่มมีความหวังหลังจากร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 มีผลบังคับใช้จะมีส่วนสำคัญอย่างมากที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หลังจากเครื่องจักรด้านส่งออก และท่องเที่ยวสะดุด

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) มองว่า เมื่องบประมาณลงระบบได้ถือว่าเป็นเรื่องดีกลไกต่างๆ ทางเศรษฐกิจก็จะขับเคลื่อนได้ โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐ การจัดซื้อจัดจ้างจะทำได้เร็วขึ้น โดยงบประมาณที่ตั้งขึ้นมาจะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจดีขึ้น โดยเฉพาะเศรษฐกิจในประเทศ

“งบประมาณปี 2563 จะปลุกกำลังซื้อ กระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ จะทำให้หลายโครงการที่ยังไม่ขยับจะขับเคลื่อนได้ จะช่วยลดแรงกดดันหลังจากที่ภาคเอกชนเจอปัจจัยลบรุ้มเร้ารอบด้านในเวลานี้”

เอกชนโล่ง  งบ 63  ไม่โมฆะ

นายธีระชัย ธีระรุจินนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ถือเป็นข่าวดี เพราะจะช่วยลดแรงกดดันได้ระดับหนึ่ง เมื่องบประมาณลงระบบ ก็จะทำให้กลไกทางเศรษฐกิจสามารถเดินต่อได้ แต่ก็ยังไม่ 100% ก็ยังถือว่าพยุงเศรษฐกิจไว้ได้ เพราะเวลานี้เครื่องยนต์หลักตัวอื่น เช่น ท่องเที่ยว ส่งออก ก็มีปัญหาจากเศรษฐกิจโลกซบเซา สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ ค่าเงิน รวมถึงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในขณะนี้ ดังนั้นถ้าเครื่องยนต์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐหายไป เศรษฐกิจก็ต้องสะดุด

เอกชนโล่ง  งบ 63  ไม่โมฆะ

 

 

“จากนี้ไปจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจฐานรากมากขึ้น เพราะเวลานี้เศรษฐกิจฐานรากเริ่มมีปัญหา ถ้าปล่อยไว้นานๆ จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจรวมได้ยากขึ้น

เอกชนโล่ง  งบ 63  ไม่โมฆะ

ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า ผลวินิจฉัยของศาลที่ออกมา ถือเป็นผลดีระดับกลางๆ ต่อตลาดหุ้น แต่ไม่น่าจะส่งผลต่อ SET Index มากนัก ขึ้นกับกระบวนการของสภา

หลังจากนี้ จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมได้เมื่อไร ซึ่งมี 2 กรณีคือ เข้าแบบเร่งด่วนก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือต้องไปรอเปิดสมัยวิสามัญในเดือนมีนาคม แต่คาดว่ารัฐจะเร่งดำเนินการ เนื่องจากล่าช้าไปมากแล้ว

“ขั้นตอนจากนี้เมื่อศาลวินิจฉัยออกมา ก็ต้องไปเริ่มทำวาระ 2-3 ใหม่ ซึ่งต้องดูว่าสภาจะไปบรรจุญัตติเข้าไปในช่วงไหน เนื่องจากยังมีเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจค้างอยู่ในสภาแต่หากบรรจุญัตติได้ ก็แสดงว่าพ.ร.บ.งบประมาณ ล่าช้าเต็มที่น่าจะไม่เกินไตรมาส 1/2563 หรือล่าช้า 5-6 เดือนของปีงบประมาณ” นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัสฯ กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ”

บล.กรุงไทย ซีมิโก้ฯ ระบุว่า ข่าวดังกล่าวเป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น เพราะผลตัดสินจะส่งผลให้ผลกระทบต่อการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563 โดยเฉพาะงบลงทุน 6.5 แสนล้านบาท ล่าช้าไม่นาน และส่งผลให้คาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้มีความเสี่ยงขาลงจำกัด และเป็นแนวโน้มเชิงบวกต่อราคาหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง โดยเฉพาะ CK STEC UNIQ ITD

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ มองว่า เป็นบวกต่อการใช้จ่ายของภาครัฐ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและนิคมอุตสาหกรรม

หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3547 วันที่ 9-12 กุมภาพันธ์ 2563