
หุ้นไทยปิดลบ 0.55 จุด
หุ้นไทยปิดลบ 0.55 จุด โบรกมอง มติศาลรธน.ให้ร่างงบประมาณปี 63 ไม่โมฆะ เป็นผลบวกระยะสั้นต่อตลาดหุ้น และหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง CK STEC UNIQ ITD
ตลาดหุ้นไทยวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 เคลื่อนไหวในแดนลบและบวกสลับกัน โดยนักลงทุนยังติดตามสถานการณ์ไวรัสโคโรนา ที่จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้ติดเชื้อยังเพิ่มขึ้น แต่จำนวนผู้ต้องสงสัยจะติดเชื้อได้ชะลอลงแล้ว ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,535.24 จุด ลดลง 0.55 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.04% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 60,509.84 ล้านบาท ขณะที่ ระหว่างวันดัชนีสูงสุดของวันอยู่ที่ 1,539.36 จุด และต่ำสุดอยู่ที่ 1,527.34 จุด
หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
ADVANC ปิดที่ 199.50 บาท ลดลง 4.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 4,151.65 ล้านบาท
BAM ปิดที่ 29.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,189.76 ล้านบาท
AOT ปิดที่ 71.50 บาท ลดลง 1.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,362.15 ล้านบาท
GPSC ปิดที่ 77.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,298.16 ล้านบาท
BGRIM ปิดที่ 57.00 บาท ไม่มีการเปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 1,932.27 ล้านบาท
จากมติศาลรัฐธรรมนูญ 5 ต่อ4 ให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในวาระ 2-3 ใหม่ จากนั้นให้ส่งวุฒิลงมติอีกใหม่อีกรอบทำให้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ยังไม่โมฆะ
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส กล่าวกับ ฐานเศรษฐกิจ " ผลวินิจฉัยของศาลฯที่อออก ถือเป็นผลดีระดับกลาง ๆต่อตลาดหุ้น แต่ไม่น่าจะส่งผลต่อ SET Index มากนัก ขึ้นกับกระบวนการของสภาฯหลังจากนี้ จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมได้เมื่อไร ซึ่งมี 2 กรณีคือ เข้าแบบเร่งด่วนก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือต้องไปรอเปิดสมัยวิสามัญในเดือนมีนาคม แต่คาดว่ารัฐจะเร่งดำเนินการ เนื่องจากล่าช้าไปมากแล้ว
"ตลาดหุ้นปิดวันนี้น่าจะตอบสนองในเชิงบวกได้บ้าง จากความคืบหน้าของร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 63 แต่คาดว่าไม่ได้มาก ขั้นตอนจากนี้เมื่อศาลฯวินิจฉัยออกมา ก็ต้องไปเริ่มทำวาระ 2-3 ใหม่ ซึ่งต้องดูว่าสภาจะไปบรรจุญัตติเข้าไปในช่วงไหน เนื่องจากยังมีเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจค้างอยู่ในสภา แต่หากบรรจุญัตติได้ ก็แสดงว่า พ.ร.บ.งบประมาณ ล่าช้าเต็มที่น่าจะไม่เกินไตรมาส1/63 หรือล่าช้า 5-6 เดือนของปีงบประมาณ ( นับจากต.ค. 62 ถึงมี.ค. 63 )
บล.กรุงไทย ซีมิโก้ ระบุว่า ข่าวดังกล่าวเป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น เพราะผลตัดสินจะส่งผลให้ผลกระทบต่อการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐบาลปี 2563 โดยเฉพาะงบลงทุน 6.5 แสนล้านบาท ล่าช้าไม่นาน และส่งผลให้คาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้มีความเสี่ยงขาลงจำกัด และเป็นแนวโน้มเชิงบวกต่อราคาหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง โดยเฉพาะ CK STEC UNIQ ITD
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง มองว่า เป็นบวกต่อการใช้จ่ายของภาครัฐ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม รับเหมาก่อสร้าง และนิคมอุตสาหกรรม






