thansettakij
thansettakij
ไวรัสพ่นพิษ ทำหุ้นสูญ1.1ล้านล้าน   

ไวรัสพ่นพิษ ทำหุ้นสูญ1.1ล้านล้าน   

05 ก.พ. 63 | 23:00 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ก.พ. 63 | 06:17 น.

ไวรัสโคโรนา-H5N1 แพร่เชื้อหนัก กดหุ้นไทยตํ่าสุดรอบ 3 ปี จากต้นปีหายวับ 5.30% มาร์เก็ตแคปสูญ 8.8 แสนล้านบาท โบรกฯเผยลดประมาณการกำไรบจ.และ EPS ปีนี้ลง หลังคาดบจ.ใหญ่กำไรหด

การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาและไข้หวัดนก H5N1 ในประเทศจีน ยังคงกดดันการลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยหากนับตั้งแต่สิ้นปี 2562 ดัชนีปิดที่ 1579.84 จุด ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงไปแล้ว 83.78 จุด หรือ 5.30% เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ดัชนีปิดที่ 1496.06 จุด เป็นจุดตํ่าสุด และตํ่าสุดในรอบ 3 ปี 3 เดือน จากวันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 ปิดที่ 1497.18 จุด  ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด(มาร์เก็ตแคป) ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันลดลง 880,303.77 ล้านบาท

นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้จัดการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิบริษัทจดทะเบียน(บจ.)ปี 2563 จาก 1 ล้านล้านบาท คิดเป็น EPS ที่ 95.7 บาทต่อหุ้น เหลือ 968,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น EPS ที่ 92.62 บาทต่อหุ้น เติบโต 0.5% เมื่อเทียบกับ EPS ปี 2562 หลังจากได้ทำ Earning Preview และพบว่ามีการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิในบจ.ขนาดใหญ่ 10 แห่ง คือ กลุ่มธนาคารพาณิชย์, ปิโตรเคมี, วัสดุก่อสร้าง, กลุ่ม ICT และสนามบิน

นอกจากนั้นการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2563 มีโอกาสสูงที่จะขยายตัวตํ่ากว่า 2.5% จากที่ประเมินไว้ 2.8% ส่วนตลาดคาดการณ์ 2.7-3.2% โดยมีปัจจัยกดดันจากการส่งออกไทยที่ยังกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวชัดเจน, ไวรัสโคโรนา, สงครามการค้าสหรัฐฯกับจีนยังคงอยู่ คือ ภาษีรอบ 1-3 ยังไม่ยกเลิก, ความเสี่ยงที่สหรัฐฯตัดสิทธิ GSP ไทย, 
ภัยแล้ง, ท่องเที่ยวกระทบจากไวรัสโคโรนาที่แพร่ระบาด และการเบิกจ่ายงบประมาณ ปี 2563 ที่ล่าช้ากว่าเดิม

ไวรัสพ่นพิษ ทำหุ้นสูญ1.1ล้านล้าน   

อภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล

 

“เมื่อย้อนดูพื้นฐานตลาดหุ้นไทยพบว่า มีปัจจัยลบรอบด้านบวกกับเงินทุนต่างชาติที่ยังไหลออกต่อเนื่อง ล่าสุดจากต้นปีจนถึงปัจจุบันขายสุทธิ 17,300 ล้านบาท กดดันให้ดัชนีหุ้นไทยปรับฐานลงมาทำจุดตํ่าสุดในรอบ 3 ปี และยังมีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบทางลบต่อผลประกอบการบจ.ไม่ว่าจะเป็นการใช้มาตรฐานการบัญชี TFRS 16 เรื่องสัญญาเช่า ซึ่งมีผลต่อทั้งงบกำไรขาดทุน และโครงสร้างการเงิน รวมทั้งยังมีกลุ่ม Real Sector บางส่วน ที่ได้รับผล
กระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ”

 

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ฯ กล่าวว่า ผลกระทบจากไวรัสโคโรนาจะกระทบต่อมูลค่าตลาดรวมหุ้นไทยลดลง 1.07- 1.14 ล้านล้านบาทหรือเทียบเท่าดัชนีหุ้นไทย 100 จุด โดยไตรมาสแรกปีนี้คาดว่าดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสปรับลดมาอยู่ที่ 1480 จุด หากนำการระบาดของไวรัสโคโรนาเทียบโรคซาร์สครั้งก่อน โดยมีสมมติฐานให้รายได้จากการท่องเที่ยวไตรมาส 1 ปี 2563 หายไป 1 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมด คิดเป็นเม็ดเงิน 1.61.7 แสนล้านบาท จะทำให้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้หายไป 1% หรือเติบโต
เพียง 1.6% เป็นการเติบโตของจีดีพีที่ตํ่ากว่า 2% ครั้งแรกในรอบ 5 ปี

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ฯ กล่าวว่า ประเมินดัชนีหุ้นไทยเดือนกุมภาพันธ์ จะอยู่ในระดับ 1470-1550 จุด หากผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนายังไม่มีแนวโน้มชะลอลง คาดว่าจะเป็นปัจจัยกดดันราคาสินทรัพย์ต่อไป 

หน้า 13-14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,546 วันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ 2563