thansettakij
thansettakij
แกะรอยหุ้นส่งออกอานิสงส์บาทอ่อน

แกะรอยหุ้นส่งออกอานิสงส์บาทอ่อน

03 ก.พ. 63 | 04:40 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.พ. 63 | 11:49 น.

หุ้นกลุ่มส่งออก รับประโยชน์ค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง แต่กระทบต่างชาติเมินหุ้นไทย หวั่นขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน โบรกฯ แนะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และอาหารได้ประโยชน์สูงสุด

 

เงินบาทเคลื่อนไหวกลับทิศอีกครั้ง หลังจากแข็งค่าขึ้น 7% ในปี 2562 หลังจากการระบาดของไวรัสโคโรนา ส่งผลให้นักค้าเงินทั่วโลกเทขายเงินบาทต่อเนื่องและหันไปถือดอลลาร์แทน เพราะเชื่อว่าเป็นสกุลที่อ่อนค่าได้อีก ทั้งจากเศรษฐกิจและผลกระทบรุนแรงที่สุดในเอเชีย เพราะพึ่งพาการท่องเที่ยวมาก หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น เงินบาทก็ยังมีโอกาสจะอ่อนค่าได้ต่อ ขณะที่การบริโภคในประเทศยังจะมีปัญหาจากนโยบายการคลังที่ติดขัด จึงเป็นเศรษฐกิจและค่าเงินที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในช่วงนี้ 

นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้จัดการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า ความกังวลไวรัสโคโรนายังแพร่ระบาด และ WHO ได้ยกระดับเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เป็นปัจจัยหนุนทำให้ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าต่อเนื่องติดต่อกัน 7 วันติด และอ่อนค่าประมาณ 3.79% จากต้นปีถึงปัจจุบัน โดยล่าสุดอยู่ที่ 31.1 บาท เฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 30.41 บาท และถือเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุดในเอเชีย เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆในภูมิภาคเอเชียที่อ่อนค่าเล็กน้อย

 

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อตลาดหุ้น คือเงินบาทที่อ่อนค่าส่งผลให้ต่างชาติลังเลในการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น เพราะถ้าค่าเงินบาทอ่อนค่าลง นักลงทุนต่างชาติมีโอกาสขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และยังสอดคล้องกับสถิติในอดีตย้อนหลัง 5 ปี จากทุกๆ ค่าเงินบาทอ่อนค่าเร็วเกิน 1% จะส่งผลให้เงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นเฉลี่ยประมาณ 8,500 ล้านบาท กดดันให้ดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นได้อย่างจำกัด 

แกะรอยหุ้นส่งออกอานิสงส์บาทอ่อน

ขณะเดียวกันค่าเงินบาทที่อ่อนค่าถือเป็นผลบวกต่อหุ้นในกลุ่มที่ส่งออกอย่างกลุ่มส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีรายได้เกือบทั้งหมดเป็นสกุลเงินต่างประเทศ แต่มีต้นทุนเป็นสกุลเงินต่างประเทศในสัดส่วนที่น้อยกว่า เช่น บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (DELTA), บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) (HANA), บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) (KCE) และ บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) (SVI) แต่ให้นํ้าหนักกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ “น้อยกว่าตลาด” อยู่ก่อนหน้า เนื่องจากยังให้นํ้าหนักความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยไม่มีตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่มดังกล่าว

 

 

ขณะที่กลุ่มส่งออกเกษตรและอาหาร มีสัดส่วนรายได้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯมากกว่าต้นทุนในการผลิต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินบาท หากเงินบาทอ่อนค่าจะช่วยให้รายได้ของบริษัทในหน่วยบาทเพิ่มขึ้น เช่น บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) (STA), บริษัท นํ้าตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) (KSL), บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TU), บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (CPF) และ บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) (GFPT)

สำหรับกลุ่มโรงไฟฟ้า ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงจะทำให้ราคาขายไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น เพราะสูตรการคำนวณราคามีการอ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยนบางส่วน ส่งผลให้รายได้จากการขายไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น แต่หาก ณ สิ้นงวด ค่าเงินบาทอ่อนค่ามากกว่า ณ สิ้นงวดไตรมาส 4 ปี 2562 จะเกิดการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ ด้านกลุ่มสายการบินได้ประโยชน์ในแง่รายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ยังมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น อาทิ ต้นทุนนํ้ามัน และค่าเช่าเครื่องบิน เนื่อง จากมีการจ่ายเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ 

หน้า 13-14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจปีที่ 40 ฉบับที่ 3,545 วันที่ 2-5 กุมภาพันธ์ 2563