thansettakij
thansettakij
ธ.ก.ส.พร้อมดูแลเกษตรกรฝ่าวิกฤติภัยแล้ง

ธ.ก.ส.พร้อมดูแลเกษตรกรฝ่าวิกฤติภัยแล้ง

30 ม.ค. 63 | 13:10 น.

ธ.ก.ส. ออกมาตรการช่วยเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง โดยขยายเวลาชำระหนี้เดิมออกไป 2 ปี พร้อมจัดวงเงินสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 2 ปีแรก เพื่อสร้าง พัฒนา และปรับปรุงแหล่งน้ำ ไว้ใช้บรรเทาความเดือดร้อนในภาวะวิกฤต เผยที่ผ่านมาช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยธรรมชาติไปแล้วกว่า 90,507 ราย เป็นเงิน 5,950 ล้านบาท

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ  ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ทำให้หลายพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตร โดยมีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายในวงกว้าง  ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพของเกษตรกร ซึ่งเบื้องต้นมีประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินแล้ว 20 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย น่าน นครพนม มหาสารคาม บึงกาฬ หนองคาย บุรีรัมย์  กาฬสินธุ์  กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา เพชรบูรณ์ อุทัยธานี นครราชสีมา อุตรดิตถ์ ชัยนาท นครสวรรค์ สุโขทัย สุพรรณบุรี พะเยา และสกลนคร  คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ซึ่งมีนายอุตตม สาวนายน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะประธานกรรมการ มีมติเห็นชอบให้ ธ.ก.ส. เร่งดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง  ด้วยการแก้ไขปัญหาหนี้สินเดิม  โดย ธ.ก.ส.ขยายเวลาชำระหนี้ต้นเงินกู้ที่ถึงกำหนดชำระออกไปอีก 2 ปี ตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2564

ธ.ก.ส.พร้อมดูแลเกษตรกรฝ่าวิกฤติภัยแล้ง

นอกจากนี้ ยังได้จัดทำโครงการสินเชื่อเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง ปี 2563 เพื่อเป็นเงินทุนสนับสนุนในการจัดหา สร้าง/พัฒนา และปรับปรุงแหล่งน้ำไว้ใช้ในยามวิกฤต และลดผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งวงเงินสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท โดยเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้งสามารถกู้เพื่อนำไปลงทุนได้รายละไม่เกิน 200,000 บาท  อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี  ใน 2 ปีแรก ส่วนปีที่ 3 เป็นต้นไป คิดดอกเบี้ยในอัตรา MRR-2 (ปัจจุบัน MRR= 6.875) กำหนดชำระคืนไม่เกิน 10 ปี ระยะเวลาสนับสนุนสินเชื่อ ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2563

ธ.ก.ส.พร้อมดูแลเกษตรกรฝ่าวิกฤติภัยแล้ง

นายอภิรมย์กล่าวอีกว่า  ช่วงที่ผ่านมา ธนาคารมอบหมายให้พนักงานในพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งออกเยี่ยมเยียนให้กำลังใจเกษตรกรลูกค้าและสำรวจความเสียหาย พร้อมจัดหาน้ำอุปโภคบริโภค จัดหาถุงยังชีพในรายที่จำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น  โดยกรณีที่เกษตรกรทำประกันภัยพืชผลจะได้รับชดเชยข้าวนาปี 1,260 บาทต่อไร่ ข้าวโพด 1,500 บาทต่อไร่  และยังมีมาตรการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เช่น สินเชื่อฉุกเฉิน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ  ซึ่งผลการดำเนินงาน ณ 27 มกราคม 2563 จ่ายสินเชื่อไปแล้วเป็นเงิน 3,890 ล้านบาท  จำนวน เกษตรกร 79,676 ราย สินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ประสบภัย จ่ายสินเชื่อไปแล้ว เป็นเงิน 2,060 ล้านบาท  จำนวนเกษตรกร 10,831 ราย หากเกษตรกรท่านใดได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและมีความประสงค์ต้องการใช้สินเชื่อฉุกเฉิน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพหรือเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินในครัวเรือน วงเงินไม่เกิน 50,000 บาท  อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปีใน 6 เดือนแรก ส่วนเดือนที่ 7 คิดดอกเบี้ยในอัตรา MRR (ปัจจุบัน MRR= 6.875) และสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ประสบภัย วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท วงเงินกู้ 5,000 ล้านบาท  คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตรา  MRR-2 (ปัจจุบัน MRR= 6.875) กำหนดชำระไม่เกิน 15 ปี  โดยติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ธ.ก.ส.
ทุกสาขาในพื้นที่ประสบภัย