
ดัชนีหุ้นไทยปี 62 ปรับเพิ่ม 1.02% ต่างชาติขายสุทธิ 4.52 หมื่นล้าน
ดัชนีหุ้นไทยปี 62 ปิดที่ 1,579.84 จุด ปรับเพิ่ม 1.02% จากสิ้นปี 2561 มาร์เกตแคป 16.96 ล้านล้านบาท เพิ่ม 7.4 แสนล้านบาท ขณะที่ต่างชาติยังขายสุทธิ 4.52 หมื่นล้านบาท
รายงานจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยสถิติตลาดหุ้นไทยรอบปี 2562 ดัชนีหุ้นไทย ( SET Index ) ปิดเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2562 ที่ 1,579.84 จุด เพิ่มขึ้น 15.96 จุด หรือเพิ่มขึ้น 1.02% จากสิ้นปี 2561 ที่ปิดที่ 1,563.88จุด โดยดัชนีหุ้นไทยปิดสูงสุดที่ 1740.91 จุด เมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม และต่ำสุดที่ 1,548.65 จุด เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม เทียบสูงสุด - ต่ำสุดปี 2561 ที่ 1,838.96 จุด และ 1,548.37 จุดตามลำดับ
ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคป ( SET+MAI ) อยู่ที่ 16.96 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.44 แสนล้านบาท หรือ 4.58 % จากปี 2561อยู่ที่ 16.22 ล้านล้านบาท โดยในปี 2562 ตลาดหุ้นไทยให้อัตราเงินปันผลตอบแทนอยู่ที่ 3.14% เทียบปี 2561 ที่อัตรา 3.22% และมีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิหรือ P/E ตามการคำนวณของตลาดหลักทรัพย์อยู่ที่ประมาณ 19.4 เท่า สูงสุดในรอบ 4 ปี โดยมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ 52,467.58 ล้านบาท เทียบปี 2561 ที่ 56,409.06 ล้านบาท
ทั้งนี้ในปี 2562 นักลงทุนต่างประเทศขายออกสุทธิประมาณ 45,244.85 ล้านบาท เทียบปี 2561 ที่ขายออกสุทธิมากถึง 2.87แสนล้านบาท
สำหรับหมวดอุตสาหกรรมที่ปรับตัวขึ้นสูงสุด ได้แก่ เงินทุนและหลักทรัพย์ เพิ่มขึ้น 25.9% รองลงมาคือ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มขึ้น 16.5% ส่วนหมวดอาหาร เพิ่มขึ้น 15.1% ขณะที่หมวดอุตสาหกรรมที่ลดลงมากสุด ได้แก่ เหล็ก ลดลง 25.3% ปิโตรเคมี ลดลง 24.8% และของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน ลดลง 24.3%
โดยหลักทรัพย์ที่ปรับตัวขึ้นสูงสุดปี 2562 คือ บมจ.ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น (TQM) เพิ่มขึ้น 189.5% ปิดที่ 66 บาท รองลงมาคือ บมจ.เอส พี วี ไอ (SPVI) เพิ่มขึ้น 176.4% ปิดที่ 3.04 บาท และบมจ.คาราบาว กรุ๊ป (CBG) เพิ่มขึ้น 173.2% ปิดที่ 84 บาท
ส่วนหลักทรัพย์ที่ปรับลดลงมากที่สุด ได้แก่ บมจ.เพซ ดีเวลลอปเมนท์ (PACE) ลดลง 80.56% ปิดที่ 0.07 บาท ถัดมาคือ บมจ.พีพี ไพร์ม (PPPM) ลดลง 80.04% ปิดที่ 0.54 บาท และบมจ.ไพโอเนียร์ มอเตอร์ (PIMO) ลดลง 74.8% ปิดที่ 1.23 บาท






