thansettakij
thansettakij
‘วีซ่า’หนุนอี-เพย์เมนต์เต็มสูบ

‘วีซ่า’หนุนอี-เพย์เมนต์เต็มสูบ

23 ธ.ค. 62 | 09:25 น.

วีซ่าชี้ตลาดเอเชีย-แปซิฟิก-ภูมิภาค SEA มีโอกาสโตพุ่ง เหตุคนใช้เงินสดเช็คกว่า 55% หรือ 6.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลุยจับมือพันธมิตรต่อยอดหนุนธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คาดปี 68 ยอดอี-คอมเมิร์ซแตะ 2.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นายคริส คลาร์ก ประธานบริหารวีซ่า ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเปิดเผยว่า วีซ่าทั่วโลกมีฐานลูกค้าผู้ถือบัตรรวม 3,400 ล้านใบ มีร้านค้าที่ลูกค้าสามารถใช้ได้กว่า 5.39 ล้านร้านค้าในกว่า 200 ประเทศ โดยมีเพียง 5 ประเทศเท่านั้นที่วีซ่าไม่ได้ให้บริการ โดยร่วมมือกับสถาบันการเงิน สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์(นอนแบงก์) ธนาคารพาณิชย์กว่า 1.55 หมื่นแห่ง โดยช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีปริมาณธุรกรรมผ่านวีซ่ากว่า 1.92 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี ตลาดเอเชีย-แปซิฟิกถือเป็นตลาดใหญ่  มีขนาดเศรษฐกิจที่เติบโตสูงสุดในโลกถึง 7 ใน 10 ภูมิภาค ซึ่งวีซ่ามีพันธมิตรในตลาดภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกกว่า 900 แห่ง ร้านค้ากว่า 17 ล้านร้านค้า มีผู้ถือบัตร 1,021 ล้านใบ หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของจำนวนบัตรทั้งหมด และมีปริมาณการใช้จ่ายคิดเป็น 23% ของยอดใช้จ่ายวีซ่าทั่วโลก หรือคิดเป็น 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับขนาดธุรกิจในยุโรป และที่เหลืออีก 40% จะเป็นสหรัฐฯ และอเมริกาเหนือ

‘วีซ่า’หนุนอี-เพย์เมนต์เต็มสูบ

คริส คลาร์ก

สำหรับคู่แข่งของวีซ่านั้น ยังคงเป็นเงินสด ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญที่สุด โดยวีซ่าจะทำอย่างไรให้ทั่วโลกก้าวไปสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) โดยผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อให้โยกจากเงินสดไปสู่อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการทำโปรแกรมร่วมกับรัฐบาลต่างๆ ในการให้ความรู้ในเรื่องการใช้เงินและการใช้ผ่านอิเล็กทรอนิกส์ โดยร่วมมือกับจีน เวียดนาม และเมียนมาเป็นต้น รวมถึงการทำให้การใช้จ่ายง่ายมากขึ้นเช่นตอนนี้อยู่ระหว่าง ทำเรื่องการใช้จ่ายผ่าน Contactless ซึ่งเข้าถึงง่าย ต้นทุนตํ่า

 

 

“คู่แข่งตอนนี้ยังคงเป็นเงินสด ซึ่งเราเห็นโอกาสเติบโตในตลาดเอเชีย-แปซิฟิก เพราะหากดูตัวเลขจะเห็นว่ามีธุรกรรมเพย์เมนต์ ราว 11 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดย 55% หรือประมาณ 6.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ยังใช้เงินสดและเช็ค จึงเป็นโอกาสของเราที่จะเข้าไปให้คนหันมาใช้จ่ายผ่านอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น”

นางแมนดี้ แลม ผู้จัดการกลุ่มวีซ่า ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวเสริมว่า ตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(SEA) มีปริมาณธุรกรรมมูลค่ากว่า 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยกว่า 76% หรือราว 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงใช้เงินสดและเช็ค จึงเป็นโอกาสโดยเฉพาะกลุ่มมิลเลนเนียลในภูมิภาคนี้เป็นอันดับ 3 ที่เข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ตและสมาร์ทโฟน ซึ่งในจำนวนดังกล่าว 72% สั่งสินค้าอี-คอมเมิร์ซผ่านสมาร์ทโฟน และยังคงใช้บัตรในการซื้อสินค้ายังมีสัดส่วนน้อย เมื่อเทียบจีนการใช้จ่ายผ่านอี-คอมเมิร์ซสูงกว่าทวีปยุโรป อังกฤษ และสหรัฐฯ รวมกัน

‘วีซ่า’หนุนอี-เพย์เมนต์เต็มสูบ

แมนดี้ แลม

 

ทั้งนี้ ตัวเลขในปี 2561 การสั่งซื้อสินค้าผ่านอี-คอมเมิร์ซในภูมิภาค SEA มีมูลค่ากว่า 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่าในปี 2568 มูลค่าอี-คอมเมิร์ซจะสูงเป็น 2.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และในปี 2564 สัดส่วนการสั่งซื้อสินค้าอี-คอมเมิร์ซผ่านสมาร์ทโฟนจะเพิ่มเป็น 80% จากปัจจุบันอยู่ที่ 72%

“วีซ่ามองภูมิภาค SEA เป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโต โดยเฉพาะไทยที่มีโครงสร้างรองรับ ทั้งคนใช้สมาร์ทโฟนที่เยอะ แม้ประชากรจะมีหลายกลุ่มและที่สำคัญธนาคารแห่งประเทศไทยก็มีบทบาทในการสนับสนุนผลักดันอี-เพย์เมนต์ ผ่านโครงการ QR Code สนับสนุนฟินเทคให้มีสนามทดสอบใน Sandbox และไทยมีฟินเทคสตาร์ตอัพที่จะช่วยมูฟจากเงินสดไปอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นในภูมิภาค SEA เราจึงมองไทยเป็นประเทศหลักๆ”

หน้า 19-20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,533 วันที่ 22-25 ธันวาคม 2562