thansettakij
thansettakij
คลัง ยังมั่นใจจีดีพีปีหน้า โตได้ 3%

คลัง ยังมั่นใจจีดีพีปีหน้า โตได้ 3%

19 ธ.ค. 62 | 08:28 น.

รมว.คลัง ยังเชื่อจีดีพีปีหน้ายังโตได้ 3% แม้ธปท.ตัดเหลือ 2.8% เหตุมาตรการกระตุ้นเห็นผลต่อเนื่อง รับการเมืองเป็นปัจจัยเสี่ยงมีผลกระทบเชื่อมั่น ด้านสมคิด เตรียมเรียกประชุมด่วน จันทร์หน้าประเมินเศรษฐกิจอีกรอบ

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังคงยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2563 จะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3% แม้ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)จะปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปีหน้าจากเดิมที่คาดว่า จะขยายตัวได้ 3.3% เหลือเพียง 2.8% เพราะเชื่อว่า เศรษฐกิจไทยยังมีแรงขับเคลื่อนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ออกมาในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมาและโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มาตรการส่งเสริมการลงทุนใหม่ๆ โดยจะร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ สนับสนุนเงินทุนให้กับเอสเอ็มอีในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมถึงเร่งรัดการส่งออก โดยเฉพาะการหาตลาดใหม่ๆ ทดแทนตลาดเดิมที่ชะลอลง

คลัง ยังมั่นใจจีดีพีปีหน้า โตได้ 3%

แม้ว่าไทยยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ยังต้องติดตาม คือ เศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอน ปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และจีน เช่นเดียวกับปัจจัยการเมืองในประเทศจะมีผลกระทบต่อบรรยากาศและความเชื่อมั่นและการตัดสินใจของในการลงทุนของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ แต่เชื่อว่าภาคการเมืองยังคงเดินหน้าไปได้ด้วยความเรียบร้อย

“ตัวเลขที่ธปท.ปรับตัวจีดีพีลงมาเหลือ 2.8% ในปีหน้าและสำนักสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเมินที่ 3.2% นั้น ก็ไม่ได้แปลกใจ เพราะการประเมินตัวเลขเศรษฐกิจนั้น อยู่ที่ใครจะนำปัจจัยและให้น้ำหนักในการประเมินที่แตกต่างกันอย่างไร และการประมาณการสามารถปรับขึ้นหรือปรับลงได้อยู่แล้ว โดยกระทรวงการคลังยังมองว่า หากทุกอย่างสามารถทำได้ตามแผนเชื่อว่า จีดีพีปีหน้าจะเติบโตได้ดีกว่าปีนี้แน่นอน”นายอุตตม กล่าว

อย่างไรก็ตามในวันที่ 23 ธันวาคมนี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จะเป็นประธานการประชุมร่วมกับ ธปท. สมาคมธนาคารไทย ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เพื่อประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจในปี 2563 รวมถึงแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมด้วย  พร้อมกันนี้ยังได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)ติดตามและประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจ รวมถึงประเมินปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด และยืนยันว่าหากเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ กระทรวงการคลังพร้อมที่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหมาะสมได้ในอนาคต