thansettakij
thansettakij
แนะรัฐลดภาษีกระตุ้นใช้จ่าย         

แนะรัฐลดภาษีกระตุ้นใช้จ่าย        

21 พ.ย. 62 | 06:30 น.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)ไตรมาส 3 ปี 2562 เติบโต 2.4% เพิ่มขึ้นจาก 2.3% ในไตรมาสก่อนหน้าและขยายตัว 0.1% เมื่อปรับลดผลของฤดูกาลออกแล้ว รวม 9 เดือนแรกของปี เศรษฐกิจขยายตัว 2.5% พร้อมปรับลดประมาณการจีดีพีทั้งปีนี้จากเดิม 2.7-3.2% เหลือ 2.6% และปีหน้าคาดว่าจีดีพีจะขยายตัว 2.7-3.7% สะท้อนความเป็นห่วงต่อแนวโน้มการขยายตัวในไตรมาส 4 และทิศทางปีหน้า

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สศช.กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยน่าจะผ่านจุดตํ่าสุดมาแล้วในไตรมาส 2 ที่ขยายตัว 2.3% ซึ่งตํ่าสุดนับจากปี 2557 ที่จีดีพีขยายตัว 1.0% ซึ่งหลังจากเจอพายุมรสุมในช่วงที่ผ่านมาทุกประเทศและไทยก็สามารถกลับมาในระดับน่าพอใจซึ่งเชื่อมั่นว่าขณะนี้เริ่มกลับมาค่อยๆดีขึ้น ซึ่งก็ต้องพยายามใช้เครื่องมือทั้งหมดที่มีอยู่ เพื่อดูแลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนทั้ง 4 ปัจจัยควบคู่กันทั้ง การบริโภค การลงทุน การเร่งเบิกจ่ายของภาครัฐและพยายามผลักดันภาคการส่งออกให้กลับมาขยายตัว 3.0% และการลงทุนภาคเอกชนน่าจะมีมากขึ้นในปีหน้าและการลงทุนภาครัฐหลายโครงการที่ทยอยออกมา ซึ่งน่าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจปลายปีนี้และปีหน้าให้ดีขึ้น

“แนวโน้มยังวางใจไม่ได้ ยังจำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นอุปสงค์หรือดีมานด์ไซซ์ให้มากขึ้น ซึ่งยอมรับการใช้จ่ายภาคเอกชนไตรมาส 3 ที่ 4.2% ชะลอลงจากไตรมาส 2 ที่ 4.6% ถ้าไม่มีมาตรการชิมช้อปใช้ ตัวเลขการใช้จ่ายเอกชนน่าจะหดตัวลงมากกว่านี้ นอกจากนี้การชะลอซื้อรถยนต์หรือเปลี่ยนรุ่นรถยนต์และคนอาจจะรอซื้อรถปีหน้า ก็เป็นอีกปัจจัยที่ดึงการบริโภคเอกชนลงมา”

แนะรัฐลดภาษีกระตุ้นใช้จ่าย         

ทศพร ศิริสัมพันธ์

 

นายอมรเทพ จาวะลา หัวหน้าส่วนวิจัยเศรษฐกิจและตลาดการเงิน สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) (บมจ.)เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ขณะนี้แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้าย ยังเห็นสัญญาณไม่ชัดเจนทั้งภาคการส่งออกและยอดจำหน่ายรถยนต์ ซึ่งอาจจะมีโอกาสติดลบได้ แต่เห็นสัญญาณภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวดีขึ้น รวมทั้งภาครัฐ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปีนี้ โดยเฉพาะโครงการพีพีพีและโครงการสำคัญที่ต้องเบิกจ่ายให้ได้ตามกรอบเป้าหมาย

แนะรัฐลดภาษีกระตุ้นใช้จ่าย         

 

ทั้งนี้ทางการควรออกมาตรการลดภาษีบุคคลธรรมดา เพื่อสนับสนุนคนระดับกลางและบนให้เกิดความเชื่อมั่นในการใช้จ่าย และควรพิจารณามาตรการเพื่อต่อสายป่านประคองผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อธุรกิจรายใหญ่ ชะลอการลงทุนทำให้
เอสเอ็มอีรับผลกระทบเป็นลูกโซ่ และที่สำคัญประชาชนรายย่อยซึ่งปัญหาของไทยคือ คนมีหนี้สูงหรือไม่มีเงินดังนั้นภาครัฐควรแก้ไขปัจจัย พื้นฐานที่อ่อนแอ ทั้งรายได้ภาคเกษตรและนอกภาคเกษตร เพื่อสร้างความยั่งยืนของรายได้ประชาชน

“ระหว่างที่รอนโยบายการคลังและผลการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ซึ่งกว่า จะเห็นผลอย่างน้อยครึ่งแรกปี 2563 เรามองว่าไตรมาส 4 มีโอกาสเติบโตตํ่ากว่า 2.0% ด้วยความเสี่ยงที่ยังมีอยู่ค่อนข้างมาก”

หน้า 19-20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,524 วันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2562

                   แนะรัฐลดภาษีกระตุ้นใช้จ่าย