
พักเงินค้าทอง หนุนบาทอ่อน ดันราคาในปท.พุ่ง
สมาคมค้าทองคำเผยมาตรการพักเงินต่างประเทศจากการขายทองคำช่วยลดค่าเงินบาทให้อ่อนลงได้ หนุนราคาทองคำในประเทศปรับขึ้น แต่ไม่จูงใจผู้ประกอบการ เหตุต้องใช้เงินหมุนเวียน ชี้ควรทำให้ค่าเงินคงที่ มีประสิทธิภาพ เพราะนักลงทุนติดตามค่าเงินก่อนตัดสินใจ แนะติดตามสงครามการค้าสหรัฐฯกับจีน หลังทรัมป์พลิกไปมาตลอดเวลา
นายพิชญา พิสุทธกุล อุปนายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า มาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่อนุญาตให้คนไทยลงทุนทองคำ ผ่านบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (FCD) ที่เปิดกับธนาคารพาณิชย์ในประเทศ โดยสามารถเก็บเงินตราต่างประเทศจากการขายทองคำไว้ในบัญชี FCD โดยไม่ต้องแลกเป็นเงินบาท เพื่อรอลงทุนในครั้งต่อไปนั้น มองว่ามาตรการดังกล่าวมีส่วนช่วยให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงได้ แต่ไม่มีความจูงใจต่อผู้ประกอบการร้านค้าทองคำ เพราะส่วนใหญ่มีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนให้สะพัดทั้งซื้อเข้าและขายออก
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเศรษฐกิจทั่วโลกส่วนใหญ่ 85% ยังอยู่ในสถานการณ์ ยํ่าแย่ ทำให้นักลงทุนขายออกในตลาดทองคำ และกลับเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้น เพราะสามารถกระจายความเสี่ยงเลือกซื้อหุ้นได้หลายตัว ต่างกับการลงทุนในทองคำที่มีเพียงตัวเดียวเท่านั้น ขณะที่เศรษฐกิจไทยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบว่าหนี้ครัวเรือนสูงขึ้นถึง 100% อีกทั้งปัญหาภัยแล้ง และนํ้าท่วม ส่งผลให้เงินไม่สะพัด เกษตรกรมีความจำเป็นต้องใช้เงินมากขึ้น ทำให้ปริมาณการซื้อทองคำรูปพรรณลดลง
ทั้งนี้มองว่าปัจจัยที่ต้องติดตามคือ สงครามการค้าสหรัฐฯกับจีน ที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะยุติจริงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอดเวลา อีกทั้งยังต้องติดตามการค้าสหรัฐฯกับยุโรปอีกด้วย โดยมองราคาทองคำช่วงนี้อยู่ที่ประมาณ 1,445-1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำในประเทศอยู่ที่ประมาณบาทละ 20,800 บาท ซึ่งหากมาตรการของธปท.ได้ผลทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงจะส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศปรับขึ้นอยู่ที่ประมาณบาทละ 21,000 บาท
“ปัจจุบันทองคำแท่งเป็นแพะรับบาป จากการถูกมองว่าการส่งออก และการแลกเปลี่ยนเงินทำให้เงินบาทเกิดการแข็งค่า ซึ่งเป็นความจำเป็นของผู้ประกอบการที่ต้องมีการแลกเปลี่ยนเงิน จะไม่พักเงินไว้ เพราะต้องนำเงินมาหมุนเวียนต่อ โดยการออกมาตรการดังกล่าวของธปท.ถือว่าช่วยลดค่าเงินให้อ่อนลงได้ แต่อยากให้ค่าเงินมีประสิทธิภาพและคงที่มากขึ้น เพื่อเป็นผลดีต่อการค้าขายทองคำ และนักลงทุนส่วนใหญ่ยังรอติดตาม ค่าเงิน เพราะมีผลต่อการตัดสินใจเข้าลงทุน”
นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โกลเบล็กฯ กล่าวว่า ราคาทองคำปรับตัวหลุดแนวรับที่ 1,480 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ อีกทั้งกองทุน SPDR มีสถานะขายเป็นเดือนแรกในรอบ 5 เดือน โดยตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนมีสถานะขาย 16.1 ตัน คอยกดดันราคาทองคำ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 1.73% สู่ 1.94% ทั้งนี้แนะนำว่าหากราคาหลุดแนวรับที่ 1,455 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ หรือบาทละ 20,920 บาท ให้ลดสถานะลง และติดตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอายุ 10 ปี เพื่อเป็นตัวบ่งชี้ความต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัย
นายพิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำระยะ 3 เดือนในไตรมาส 4 ปี 2562 ปรับลดลงจากไตรมาส 3 ปี 2562 จากระดับ 58.18 จุด มาอยู่ที่ระดับ 56.92 จุด ลดลง 1.26 จุด หรือคิดเป็น 2.17% โดยนักลงทุนมีมุมมองในเชิงลบต่อแนวโน้มของราคาทองคำในปลายปี 2562 คาดว่ามีปัจจัยมาจากเงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง การแข็งค่าของค่าเงินบาท สถานการณ์สงครามการค้าโลก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,522 วันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2562






