
คลัง ปลื้มยอดสมาชิกกอช.พรวด263%
คลัง ปลื้มยอดสมาชิก กอช. พุ่งพรวด 263% แตะ 2.21 ล้านคน เงินกองทุนทะลัก 6.3 พันล้านบาท ปี 2563 ปูพรมลุยให้ความรู้นักเรียน-นักศึกษา วางแผนการออม พร้อมให้ขยายวงเงินสมทบเพิ่ม หวังไว้ใช้ยามเกษียณมากขึ้น
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) มีสมาชิกสูงถึง 2.21 ล้านคน เพิ่มขึ้น 263% จากปีก่อน เนื่องจากได้ผนึกกำลังกับหน่วยงานเครือข่ายความร่วมมือทั่วประเทศในการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ และรับสมัครสมาชิกทั้งในเขตชุมชนเมือง และชุมชนส่วนภูมิภาค โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนที่มีอายุ 15-60 ปี เป็นแรงงานนอกระบบ และยังไม่มีสวัสดิการอื่นใด สามารถมีบำเหน็จบำนาญใช้ในยามเกษียณจากเงินออมของตัวเอง และเงินสมทบที่รัฐบาลเพิ่มให้อีกส่วนหนึ่ง เพียงออมขั้นต่ำ 50 บาท สูงสุด 13,200 บาทต่อปี
ทั้งนี้ ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันเพื่อผลักดันให้ กอช. เป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากภารกิจหลัก คือ การส่งเสริม และสร้างวินัยการออมให้กับประชาชนทุกคนที่ประกอบอาชีพอิสระเข้าสู่การออมเงินเพื่อการเกษียณอย่างเป็นระบบ ซึ่งต้องการให้มีการเพิ่มเงินสมทบให้กับสมาชิกที่ออมพิ่มขึ้นด้วย เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระมีหลักมั่งคงยามเกษียณอายุได้
“ขณะนี้เศรษฐกิจของประเทศไทยถึงเวลาต้องเปลี่ยน หลังจากเทคโนโลยี และนวัตกรรมต่าง ๆ ของโลกมีการเปลี่ยนแปลงไป การหันมาเสริมสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก และการลงทุน รวมถึงการยกระดับภาคการเกษตร มูลค่าสินค้าเกษตร จึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยพื้นฐานต้องเริ่มมาจากการออม เพราะการออมถือเป็นกระดูกสันหลังในการสร้างอนาคตของประเทศ เพื่อให้ประเทศสามารถดูแลตัวเอง และใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีได้มากขึ้น จึงอยากเห็นการออมในทุกภาคส่วน ยึดโยงกับการพัฒนาเศรษฐกิจ และฐานรากของประเทศ ถ้ามีเงินออม ประเทศไทยก็มีเงินลงทุน ตรงนี้จะทำให้ไทยมีโอกาสเยอะ และต้องฉวยโอกาสตรงนั้นด้วย” นายอุตตม กล่าว
นางปานทิพย์ ศรีพิมล รองปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปัจจุบัน กอช. มีเงินกองทุนกว่า 6,300 ล้านบาท และมีสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยสมาชิกส่วนใหญ่เกือบ 50% ประกอบอาชีพเกษตรกร และ 24% ไม่ระบุอาชีพ ส่วนอีก 7% ไม่ได้ประกอบอาชีพ โดยจุดมุ่งหมายของ กอช. ในการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างหลักประกันที่มั่นคงในชีวิตของประชากรที่มีอาชีพอิสระให้ได้มีโอกาสรับสวัสดิการภาครัฐอย่างทั่วถึง และตอบสนองแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพราะประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างระบบการออมที่เข้มแข็ง เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจฐานราก และรองรับโครงสร้างประชากรสู่สังคมผู้สูงอายุ
ด้านนางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการ กอช. กล่าวว่า ในปี 2563 กอช. จะลงพื้นที่ให้ความรู้กับนักเรียน นักศึกษา ในสถานศึกษาเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างต้นกล้าการออมครอบคลุมทั่วประเทศ ด้วยการวางแผนอนาคตออมเงิน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินหลังอายุ 60 ปี เมื่อส่งเงินออมสะสมตั้งแต่ 50 บาท สูงสุด 13,200 บาทต่อปี รัฐจะจ่ายเงินสมทบให้ในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปตามช่วงอายุสมาชิก
อย่างไรก็ดี สมาชิกจะได้รับประโยชน์เพิ่ม 3 ต่อ ได้แก่ 1. รับเงินสมทบเพิ่มจากรัฐตามช่วงอายุ โดยอายุ 15-30 ปี รัฐสมทบให้ 50% ของเงินออมแต่ละครั้ง แต่ไม่เกิน 600 บาท คิดเป็นดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร 4.54%, อายุ 30-50 ปี รัฐสมทบให้ 80% ของเงินออมแต่ละครั้ง แต่ไม่เกิน 960 บาท คิดเป็นดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร 7.27% และช่วงอายุ 50-60 ปี รัฐสมทบให้ 100% ของเงินออมแต่ละครั้ง รวมกันไม่เกิน 1,200 บาท คิดเป็นดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร 9.09% และ 2. ผลตอบแทนของเงินออมสะสม และเงินสมทบที่นำไปลงทุน 3. ลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวนเงินออมสะสม






