
สินเชื่อบ้าน 9 เดือน โตสวนตลาด
เปิดสินเชื่อบ้านธนาคารพาณิชย์ พบ 9 เดือนยังโตสวนตลาด ชี้ไตรมาส 4 ความต้องการสินเชื่อบ้านยังหดตัวตามเศรษฐกิจ “ค่ายกสิกรไทย”ยํ้าเอสเอ็มอี ยังน่าห่วง แนวโน้มเป็นหนี้สูงขึ้น ต้องปรับปรุงโครงสร้างหนี้ช่วยประคองกัน ส่วน“เกียรตินาคิน”ชี้บางโครงการยอมคืนเงินจองลูกค้า ชะลอก่อสร้าง
ท่ามกลางเสียงบ่นของผู้ประกอบการอสังหา ริมทรัพย์เกี่ยวกับภาวะการซื้อขายที่อยู่อาศัยที่ชะลอตัว ทั้งจากผลกระทบที่เกิดจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) และโดยเฉพาะมาตรการกำกับดูแลอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน(LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จนทำให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม มีมติอนุมัติมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% เหลือ 0.01% และค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% สำหรับการซื้อขายบ้านที่มีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยของตัวเอง และยังจะให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส.จัดทำสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยตํ่าวงเงิน 50,000 ล้านบาท สำหรับกู้ซื้อบ้านได้ทั้งบ้านใหม่และบ้านมือ2
อย่างไรก็ตาม จากรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนของปี 2562 ธนาคารพาณิชย์ในระบบที่รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยังสะท้อนการเติบโตของสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ โดยเห็นได้จาก ธนาคารกรุงเทพ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เพิ่มขึ้น 2.9% จากเดือนธันวาคม 2561 ที่มีจำนวน 2.40 แสนล้านบาท โดยสิ้นเดือนกันยายน 2562 มูลค่ารวม 2.46 แสนล้านบาท ตามด้วยธนาคาร ไทยพาณิชย์ สินเชื่อเคหะเพิ่มขึ้น 1.2% จากปีก่อนส่วนใหญ่ มาจากสินเชื่อบ้านคือเงิน(My Home my cash) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อบุคคลที่ใช้บ้านของผู้กู้เป็นหลักประกัน เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สินเชื่อเคหะค่อนข้างทรงตัว เป็นผลจากมาตรการแม็คโคร พรูเดนเชียล ของธปท.ที่เริ่มใช้ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 และเป็นไปตามนโยบายของธนาคารที่มุ่งเน้นปรับพอร์ตสินเชื่อให้เหมาะสม ขณะที่สินเชื่อบ้านคือเงินปรับตัวสูงขึ้นจากไตรมาสก่อน
เช่นเดียวกับธนาคารกรุงศรี อยุธยา สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 5.4% หรือจำนวน 13,614 ล้านบาทจากสิ้นเดือนธันวาคม 2561 และเพิ่มขึ้น 1.8% หรือจำนวน 4,633 ล้านบาทในไตรมาส 3 ของปีนี้ เป็นผลมาจากการสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้า ขณะที่ธนาคารทิสโก้ หรือบริษัท ทิสโก้ ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ทั้งสินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อบ้านแลกเงิน ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
สุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์
นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการธนาคาร กสิกรไทยเปิดเผยกับ“ฐานเศรษฐกิจ” ว่าภาพรวมสินเชื่อไตรมาส 3 ปีนี้ยัง ชะลอตัว แต่พอร์ตสินเชื่ออสังหาฯของกสิกรไทยเติบโตราว 10% ดีกว่าตลาด เห็นได้จากยอดสินเชื่อคงค้างสิ้นเดือนกันยายนปีนี้อยู่ที่ 3.10 แสนล้านบาทจากสิ้นปีก่อนที่ 2.83 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตจากสินเชื่อใหม่ โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัดเติบโตได้ดี ส่วนใหญ่เป็นบ้านหลังแรก ส่วนแนวโน้มหนี้เอ็นพีแอลทั้งตลาดประเมินว่าสูงขึ้น แต่พอร์ตกสิกรไทยยังควบคุมได้อยู่
“คุณภาพลูกค้ารายย่อยยังควบคุมได้ แต่เป็นห่วงลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีแนวโน้มเป็นหนี้สูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ เติบโตตํ่า ส่วนใหญ่ผลิตสินค้าออกมาขายไม่ได้ทำให้ต้องปรับปรุงโครงสร้างหนี้ช่วยประคองกัน”
ด้านนายสำมิตร สกุลวิระ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ประธานสายสินเชื่อธุรกิจ ธนาคาร เกียรตินาคินกล่าวว่า แนวโน้มสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ปีนี้ยังชะลอตัวทั้งยอดขาย ยอดโอนและยอดก่อสร้างโครงการใหม่ ซึ่งคงจะต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 ส่วนหนึ่งมาจากคนขาดความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อการจ้างงาน รวมทั้งแนวโน้มราคาทรัพย์หลักประกันอาจปรับลดลงในอนาคต เหล่านี้เป็นปัจจัยทำให้คนส่วนใหญ่ไม่มีอารมณ์ซื้อหรือใช้จ่ายน้อยลงแม้จะเป็นบ้านหลังแรก ทำให้ผู้ประกอบการหวั่นไหวไปด้วย
“ส่วนสถานการณ์ขาย การโอนอสังหาริมทรัพย์วูบมาตั้งแต่ต้นปี 2562 และด้วยสปีด การขาย การโอนแบบนี้เท่าที่ตลาดคุยกันส่วนใหญ่มองว่า สต๊อก บ้านที่เหลืออยู่ต้องใช้เวลาขายอีก 2 ปี ซึ่งผู้ประกอบการรายเดิมส่วนใหญ่ก็ระมัดระวัง บางโครงการที่เบิกวงเงินกู้เฉพาะซื้อที่ดิน ก็จะจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย จึงยังไม่กระทบยอดสินเชื่อคงค้างของแบงก์ หรือบางโครงการขายไม่ออกเขายอมคืนเงินจองกับลูกค้าด้วยซํ้า ยิ่งเป็นคอนโดมิเนียมหากไม่แน่ใจยอดขายทำไปก็ขาดทุน จึงเห็นบางโครงการหยุดและไม่รีบก่อสร้างใหม่เพื่อรอดูภาวะตลาด”
หน้า 19-20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,516 วันที่ 24-26 ตุลาคม 2562






