
ดาวโจนส์ปิดลบ 255.68 จุด นักลงทุนวิตกข่าวเชิงลบ
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (18 ต.ค.62) ปิดที่ 26,770.20 จุด ลดลง 255.68 จุด โดยถูกกดดันจากข่าวเชิงลบเกี่ยวกับบริษัทจดทะเบียนของสหรัฐฯรวมไปถึงการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาจากจีน ซึ่งทำให้นักลงทุนลังเลที่จะเข้าซื้อหุ้น แม้บริษัทจดทะเบียนหลายแห่งเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งก็ตาม
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,770.20 จุด ลดลง 255.68 จุด หรือ -0.95%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,986.20 จุด ลดลง 11.75 จุด หรือ -0.39% และ ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,089.54 จุด ลดลง 67.31 จุด หรือ -0.83%
หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มของดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง โดยหุ้นลบนำตลาดได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมซึ่งลดลง 0.72%
ตลาดถูกกดดันจากข่าวเชิงลบของบริษัทจดทะเบียน และนักลงทุนวิตกกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกด้วยหลังสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานเมื่อวานนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2562 ขยายตัว 6.0% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 6.1%
นอกจากนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ยังได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกลงสู่ระดับ 3.0% ในปีนี้ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินทั่วโลกในปี 2551-52 จากเดิมที่คาดการณ์ในเดือนก.ค.ที่ระดับ 3.2%
FactSet รายงานว่า บริษัทกว่า 70 แห่งในดัชนี S&P 500 รายงานผลประกอบการ Q3 ออกมาแล้ว ซึ่ง 81% มีผลประกอบการสูงเกินกว่าที่ตลาดคาดไว้
อย่างไรก็ตาม Refinitiv ซึ่งให้บริการข้อมูลการเงินรายงานว่า บรรดานักวิเคราะห์คาดว่าผลประกอบการโดยรวมของบริษัทในดัชนี S&P 500 ใน Q3/2562 จะลดลง 3.1%






