thansettakij
thansettakij
‘ธีรชาติ’  ปลุกสมาชิกเช่าซื้อ ปรับองค์กร ตอบโจทย์ดิจิทัล

‘ธีรชาติ’ ปลุกสมาชิกเช่าซื้อ ปรับองค์กร ตอบโจทย์ดิจิทัล

18 ต.ค. 2562 | 08:55 น.

ผลพวงจากรายได้ผู้บริโภคที่ชะลอตัวประกอบกับสถาบันการเงินเข้มงวดมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มากขึ้น ส่งผลให้เครื่องชี้การใช้จ่ายหมวดสินค้าคงทนเดือนสิงหาคมหดตัวสูงเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยลดลงทั้งยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถยนต์เชิงพาณิชย์และยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์

นายธีรชาติ จิรจรัสพร ผู้บริหารสายงาน Digital Banking ธนาคารธนชาต ในฐานะประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย สะท้อนมุมมองภาพรวมอุตสาหกรรมรถยนต์และตลาดสินเชื่อเช่าซื้อปี 2562 ผ่าน “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ตลาดรถยนต์ปีนี้เฉพาะรถยนต์ใหม่มียอดสะสม 8 เดือน 685,652 คัน เติบโต 4.2% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ช่วงที่เหลือปีนี้จะมีอัตราหดตัวลง จากความกังวลของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อ แม้จะมีปัจจัย บวกจากนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุน แต่ยังไม่ ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเท่าที่ควร ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ทยอยออกรถรุ่นใหม่ๆ และโปรโมชันต่างๆ กระตุ้นตลาด แต่สถาบันการเงินยังเข้มงวดการอนุมัติ โดยมียอดปฏิเสธสินเชื่อราว 20-30% จึงคาดว่าตลาดรถยนต์มีแนวโน้มทรงตัวไปอีกหลายไตรมาสทีเดียว

อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นการเติบโตในกลุ่มไฟฟ้าหรือ EV หรือรถยนต์ใช้แล้วที่พบว่า มีการเสนอขายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์ช่วงปี 2544-2560 ซึ่งมาจากปริมาณรถยนต์คันแรกและสถาบันการเงินเน้นทำตลาดรถปีใหม่ เพราะคุณภาพหนี้ของรถปีใหม่จะดีกว่ารถปีเก่า แต่ยังมีปัจจัยย่อยที่ต้องพิจารณา เช่น รถยนต์ในกลุ่ม C-Segment จะมีส่วนต่างของราคาขายรถยึดกับราคาตลาดที่มากกว่ารถยนต์ในกลุ่ม Eco Car หรือ B-Segment 

‘ธีรชาติ’  ปลุกสมาชิกเช่าซื้อ ปรับองค์กร ตอบโจทย์ดิจิทัล

ธีรชาติ จิรจรัสพร

ดังนั้น สถาบันการเงินหรือเช่าซื้อที่จะเติบโตในกลุ่มดังกล่าวจำเป็นต้องเข้าใจมูลค่ารถยนต์ในแต่ละกลุ่มย่อย ทั้งการเปลี่ยน แปลงในตัวรุ่นรถใหม่และรถยนต์ใช้แล้วนั้น ผู้ขายรถเองก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างความแตกต่างของราคาขายด้วย นอกจากเซ็กเมนต์ ของประเภทรถ ยี่ห้อ รุ่นรถและปีรถ รวมทั้งความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการค้ารถยนต์ใช้แล้ว โดยมองเป็นกลุ่มผู้ขายหรือเป็นรายเต็นท์ ขณะที่แนวโน้มสินเชื่อรถแลกเงินมีการขยายตัว เห็นได้จากสมาชิกทุกรายเติบโตประมาณ 25-35% แม้ระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็็นพีแอล)ทรงตัว แต่การส่งสัญญาณเรื่องสัดส่วนหนี้ต่อรายได้ (DSR) ของหน่วยงานกำกับ อาจส่งผลให้ชะลอการให้สินเชื่อ จึงถือเป็นเรื่องดี ทั้งการรักษาสัดส่วนหนี้ครัวเรือนและคุณภาพหนี้ของสถาบันการเงิน

 

ทั้งนี้จากแนวโน้ม Digital Disruption ซึ่งเป็นความท้าทายและโจทย์ให้สถาบันการเงินทั้งธนาคารและเช่าซื้อต้องเชื่อมโยงปัจจัย 3 ด้านทั้ง สภาพเศรษฐกิจโดยรวม ทิศทางตลาดรถยนต์และแนวโน้มเทคโนโลยีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ และการบริหารธุรกิจและกฎระเบียบ เพื่อกำหนดกลยุทธ์การรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดและการเติบโตของธุรกิจ ด้วยการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าด้านดิจิทัลให้ครอบคลุมทั้งกระบวนการ โดยเฉพาะการนำ Data Analytic หรือ Technology มาปรับใช้ตั้งแต่การเข้าถึงลูกค้า การรับสมัคร การตัดสินใจในรูปแบบ e-KYC e-Consent เพื่อรองรับ NDID ตลอดถึงงานบริการหลังการขายและติดตามการชำระเงินกู้และเชื่อมต่อให้ลูกค้าใช้บริการซํ้าหรือโอกาสในการให้บริการไขว้โปรดักต์(Cross Selling)

“ปัจจุบันยังไม่มีสถาบันการเงินไหนนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ได้เต็มที่ ส่วนหนึ่งอาจไม่สามารถปรับวัฒนธรรมองค์กรหรือผู้บริหารยังไม่สามารถปรับแนวทางการทำตลาดให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภค ดังนั้นในภาวะที่ตลาดทรงตัวหรืออาจทรุดลง จึงยังคงเห็นการแข่งขันด้าน Pricing Campaign คือ ลดดอกเบี้ย จ่ายคอมมิสชันในระดับที่สูง”

หน้า 20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3514 ระหว่างวันที่ 17-19 ตุลาคม 2562