thansettakij
thansettakij
ชงคลังหั่นสิทธิ  ลดหย่อนภาษี

ชงคลังหั่นสิทธิ ลดหย่อนภาษี

12 ต.ค. 62 | 07:41 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ต.ค. 62 | 08:23 น.

คลัง เร่งเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บรายได้งบปี 2563 รองรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ  “สรรพากร” เดินหน้าปฏิรูปภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จ่อกำหนดเพดานหักลดหย่อน ลดความเหลื่อมลํ้า

วันที่ 17 ตุลาคมนี้ จะมีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2562 จำนวน 2 แสนล้านบาท โดยมีรายได้หลักมาจาก 3 กรมจัดเก็บภาษี ประกอบด้วย กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต 

และกรมศุลกากร รวมกัน 2.8-2.9 ล้านล้านบาท เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้จ่ายของรัฐที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคต

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สศค.ได้ให้เจ้าหน้าที่แต่ละส่วนไปประชุมระดับย่อย เพื่อประเมินการเติบโตของแต่ละภาคธุรกิจ ทั้งอสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีกหรือแม้แต่เอสเอ็มอีและรายย่อย เพื่อให้พร้อมและต่อยอดทำเป็นมาตรการได้ทันที หากรัฐบาลต้องการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใดๆ ออกมาอีก

“เราให้คณะทำงานย่อยเก็บข้อมูลพวกนี้ไว้ก่อนว่า แต่ละภาคเติบโตอย่างไร มีปัญหาอะไรและต่อไปจะเป็นอย่างไร ซึ่งเมื่อวันหนึ่งรัฐบาลอยากให้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีก แล้วถามกระทรวงการคลังว่า ควรออกมาตรการไหน หรือกระตุ้นส่วนไหนดี เราก็จะได้มีข้อมูลพร้อมว่าภาคไหนตอนนี้ควรได้รับการกระตุ้น”นายลวรณกล่าว

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดี กรมสรรพากรกล่าวว่า ปีงบประมาณ 2563 (ต.ค.62-ก.ย.63) กรมสรรพากรตั้งเป้าจัดเก็บรายได้ไว้ที่ 2.11 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2562 ที่ประมาณการจัดเก็บรายได้ที่ 2 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 6% ซึ่งขณะนี้ ประกาศการจัดเก็บรายได้ในช่วง 11 เดือนแรกของปี สามารถจัดเก็บได้แล้ว 1.77 ล้านล้านบาท ยอมรับว่า ตัวเลขจัดเก็บรายได้ที่เพิ่มขึ้นนั้น ถือว่ายาก แต่ก็จะพยายามทำให้ได้ตามเป้าหมาย โดยกรมจะเน้นพัฒนาเทคโนโลยีในการขยายฐานการจัดเก็บภาษีให้กว้างขึ้น พร้อมช่วยลดอุปสรรคการชำระภาษี รวมถึงลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ เพื่อจูงใจให้เข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น ขณะเดียวกันยังพิจารณาร่วมกับกระทรวงการคลังในการปรับโครงสร้างภาษีให้เหมาะสม และเป็นธรรม ซึ่งส่วนนี้จะมีทั้งภาษีที่เกิดขึ้นใหม่และการปรับอัตราภาษีที่มีอยู่ด้วย

สำหรับความคืบหน้าการปรับโครงสร้างภาษี นายเอกนิติกล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องการให้นำแนวทางการศึกษาการปรับโครงสร้างภาษีของกรมสรรพากรไปรวมกับชุดที่ปลัดกระทรวงการคลัง นายประสงค์ พูนธเนศ กำลังดำเนินการคือ การปรับโครงสร้างภาษีของกรมศุลกากรและกรมสรรพสามิต เพื่อให้เป็นการปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบของประเทศ เพื่อที่ว่าจะได้มีทั้งอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้นและอัตราภาษีที่ลดลง ไม่เช่นนั้น หากมีแต่ลดอัตราภาษีลง โดยไม่สามารถเพิ่มในบางตัวจะกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลได้

“เราเองศึกษาการปฏิรูปโครงสร้างภาษีมาหลายชุด ทั้งที่สศค.เคยศึกษาไว้ก่อนหน้า หรือที่นักวิชาการเอง แต่ทุกชุดจะเห็นว่า โครงสร้างภาษีปัจจุบันคนที่ได้ประโยชน์คือคนรวย จึงเป็นแนวคิดที่เราจะปรับลดสิทธิประโยชน์ให้น้อยลง ซึ่งอาจจะเป็นการกำหนดเพดานวงเงินไว้ แต่จะเท่าไหร่นั้น ที่สุดแล้วจะเป็นการตัดสินใจของรัฐบาล เพราะเรื่องภาษีกลายเป็นประเด็นการเมืองไปแล้ว”นายเอกนิติกล่าว

ชงคลังหั่นสิทธิ  ลดหย่อนภาษี

ขณะที่กรมสรรพสามิตได้เป้าหมายจัดเก็บภาษีปีงบ ประมาณ 2563 ไว้ที่ 6.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 6562 ประมาณ 10% จากที่จัดเก็บได้จริง 6.22 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณที่ตั้งไว้ที่ 5.85 แสนล้านบาท โดยกรมสรรพสามิตแจกแจงในส่วนนี้ว่า รายได้ภาษีจะมาจากการจัดเก็บภาษีนํ้ามัน 2.4 แสนล้านบาท รองลงมาเป็นภาษีรถยนต์ 1.38 แสนล้านบาท ภาษีเบียร์ 86,000 ล้านบาท ยาสูบ 78,000 ล้านบาท สุรา 61,000 ล้านบาท และเครื่องดื่ม 20,000 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่ายังอยู่ในวิสัยที่สามารถทำได้

ด้านกรมศุลกากรได้รับภารกิจให้เพิ่มรายได้ภาษีให้ได้ 1.11 แสนล้านบาท สูงกว่าที่จัดเก็บได้จริงในปีงบประมาณ 2562 ที่ 1.08 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าตามเอกสารงบประมาณที่ตั้งไว้ที่ 1 แสนล้านบาท โดยกรมศุลกากรยังเชื่อว่ารายได้ภาษีหลักในปี 2563 จะยังคงมาจากการจัดเก็บภาษีรถยนต์และส่วนประกอบ ยารักษาโรค และเครื่องสำอางอยู่ 

อย่างไรก็ตาม การจัดหารายได้ ไม่ใช่เพียงแค่ 3 กรมภาษีเท่านั้น แต่หน่วยงานบริหารทรัพย์สินรัฐบาลอย่างกรมธนารักษ์เองก็เตรียมรื้อที่ราชพัสดุมาจัดระเบียบใหม่ โดยเฉพาะในหน่วยงานราชการที่ใช้พื้นที่ไม่ถูกวัตถุประสงค์ หรือนำที่ราชพัสดุไปใช้เพื่อการพาณิชย์ แต่ไม่ได้ส่งเงินเข้ารัฐ ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ ทำให้กรมธนารักษ์ปีงบประมาณ 2563 จะมีรายได้เข้ารัฐเพิ่มเป็น 15,000 ล้านบาท จากเฉลี่ยทุกๆ ปี ได้เพียง 10,000 ล้านบาทเท่านั้น 

รวมไปถึงสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.)ที่ปีงบประมาณ 2563 มีเป้าหมายจัดเก็บรายได้รัฐวิสาหกิจเข้ารัฐ 1.88 แสนล้านบาท หลังจากปีงบประมาณ 2562 จัดเก็บรายได้เข้ารัฐ 1.69 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าตามเอกสารงบประมาณที่ตั้งไว้ที่ 1.68 แสนล้านบาท 

หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,513 วันที่ 13 - 16 ตุลาคม พ.ศ. 2562 

ชงคลังหั่นสิทธิ  ลดหย่อนภาษี