
ดาวโจนส์ปิดร่วง 343.79 วิตกเศรษฐกิจสหรัฐหลังภาคการผลิตหดตัว
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดเมื่อคืนนี้ (1 ตุลาคม) ร่วง 343.79 จุด หรือ - 1.28% ยืนที่ 26,573.04 จุด ดัชนี S&P500 ลดลง 36.49 จุด หรือ -1.23% ปิด 2,940.25 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 90.65 จุด หรือ -1.13 % ปิดที่ 7,908.69จุด
ดัชนีดาวโจนส์ปิดดิ่งลงกว่า 343 จุด ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐ หลังการรายงานดัชนีภาคการผลิตสหรัฐต่ำสุดรอบกว่า 10 ปี และหดตัวเป็นเดือนที่ 2 ในเดือนกันยายน
ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐในเดือนกันยายนดิ่งลงสู่ระดับ 47.8 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2552 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 50.2 จากระดับ 49.1 ในเดือนสิงหาคม
ดัชนีอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ถึงภาวะหดตัวของภาคการผลิตของสหรัฐ และเป็นการหดตัวเป็นเดือนที่ 2 โดยภาคการผลิตของสหรัฐเริ่มเข้าสู่ภาวะหดตัวในเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี หลังจากที่มีการขยายตัวติดต่อกัน 35 เดือน
ทั้งนี้ภาคธุรกิจมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่งผลให้คำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกหดตัวลงตั้งแต่เดือนกรกฏาคม
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความเมื่อวานนี้ โจมตีนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังการเปิดเผยตัวเลขภาคการผลิตสหรัฐที่ซบเซา
โดยประธานาธิบดีทรัมป์โจมตีว่า นายเจอโรม พาวเวล และเฟดได้ปล่อยให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงินทุกสกุล ทำให้ผู้ผลิตได้รับผลกระทบ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยของเฟดอยู่สูงเกินไป
หุ้นในกลุ่มผู้ผลิต เช่น 3M และฮันนีเวลล์ ดิ่งลงกว่า 2% หลังการเปิดเผยตัวเลขภาคการผลิตที่ซบเซา






