thansettakij
thansettakij
‘MCOT-THAI’อ่วม ตั้งสำรองแรงงานซํ้าขาดทุน

‘MCOT-THAI’อ่วม ตั้งสำรองแรงงานซํ้าขาดทุน

29 ก.ย. 62 | 07:43 น.

“อสมท-การบินไทย” กระอักตั้งสำรองผลประโยชน์พนง.ตามก.ม. แรงงานรัฐวิสาหกิจ ซํ้าเติมผลประกอบการปี 62 ที่คาดขาดทุน โบรกฯทบทวนปรับประมาณการกำไรตลาดลงอีกครั้ง คาด EPS ปีนี้ที่ระดับ 96-102 บาทต่อหุ้น

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าบล.ทิสโก้ ได้ปรับประมาณกำไรตลาด EPS (Earnings per share) ปี 2562-2563 ลงมาต่อเนื่องมากกว่า 10% โดยคาด EPS ปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 101-102 บาทต่อหุ้น และปีหน้าอยู่ที่ 109-110 บาทต่อหุ้น

ปัจจัยหนึ่งมาจากผลกระทบจากประกาศแรงงานรัฐวิสาหกิจฉบับใหม่ที่จะเพิ่มอัตราค่าชดเชยแก่ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 20 ปีขึ้นไปให้ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายไม่น้อยกว่า 400 วัน เช่นเดียวกับกรณีกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ของบริษัทเอกชนที่มีผลบังคับใช้ไปแล้วเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา สำหรับร่างประกาศแรงงานรัฐวิสาหกิจได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2562 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2562 เป็นต้นไป

‘MCOT-THAI’อ่วม ตั้งสำรองแรงงานซํ้าขาดทุน

ประกาศดังกล่าวบล.ทิสโก้ฯ คาดว่าจะส่งผลให้ 5 รัฐวิสาหกิจ (รสก.) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องตั้งสำรองทันทีในไตรมาส 4/2562 วงเงิน 5,540 ล้านบาทหรือเฉลี่ยรายจ่ายในการตั้งสำรองต่อคนที่ 98,946 บาท โดยจะกระทบต่ออัตรา กำไรตลาด (EPS) ให้ลดลงประมาณ 0.6 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 0.6%

เรียงลำดับมากสุดดังนี้ 1.ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (บมจ.) (KTB) คาดตั้งสำรองมูลค่า 2,000 ล้านบาท จากจำนวนพนักงาน 21,764 ราย เป็นค่าใช้จ่ายตั้งสำรองเฉลี่ยต่อคน 91,895 บาท, บมจ. การบินไทย (THAI ) คาดตั้งสำรอง 1,500 ล้านบาท จากจำนวนพนักงาน 22,054 คน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน 68,015 บาท, บมจ.ปตท. (PTT) คาดตั้งสำรอง 800 ล้านบาท จากจำนวนพนักงาน 3,061 คน ค่าใช้จ่ายตั้งสำรองเฉลี่ยต่อคน 261,352 บาท, บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) คาดตั้งสำรอง 740 ล้านบาท จากจำนวนพนักงาน 7,718 คน ค่าใช้จ่ายตั้งสำรองเฉลี่ยต่อคน 95,880 บาท และ บมจ.อสมท ( MCOT) คาดตั้งสำรอง 500 ล้านบาท จากจำนวนพนักงาน 1,393 คน ค่าใช้จ่ายตั้งสำรองเฉลี่ยต่อคน 358,938 บาท

อย่างไรก็ดีจากประมาณการที่ตลาด (IAA Consensus )คาดกำไรสุทธิ 5 รสก.รวมกันอยู่ที่ 162,432 ล้านบาท จะกระทบต่อกำไรกลุ่มนี้เฉลี่ย 3.39% (ตารางประกอบ) โดยรสก.ที่กระทบมากสุดคือ MCOT   คาดปี 2562 กำไรสุทธิจะติดลบ 1,033 ล้านบาทแต่มีภาระต้องตั้งสำรองถึง 500 ล้านบาท รองมาคือ THAI คาดกำไรสุทธิติดลบ 5,120 ล้านบาท แต่มีภาระกันสำรองถึง 1,500 ล้านบาท

ด้านนายภาสกร ลินมณีโชติ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. กสิกรไทยฯเผย ว่า ฝ่ายวิจัยฯได้ประเมินบริษัทจดทะเบียน (บจ.) 113 บริษัท ที่อยู่ในการศึกษาต้องตั้งสำรองเพื่อชดเชยการเกษียณตาม พ.ร.บ.คุ้มครองกฎหมายใหม่ประมาณ 23,132 ล้านบาท (ครอบคลุม 5 รสก.) ส่งผลกระทบต่อกำไร บจ. ในปี 2562 ประมาณ 2.9% จากกำไรของตลาดในปีนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งสำรองภายในไตรมาส 4/2561 และไตรมาส 2/2562 ไปแล้ว

“5 รสก.ที่ต้องตั้งสำรอง นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ได้ประเมินไปแล้ว เพียงแต่ 5 รสก.ต้องตั้งสำรองในไตรมาส 4 ปีนี้ ซึ่งจะกระทบกำไรในไตรมาสสุดท้าย แต่เชื่อว่าจะกระทบไม่มากเพราะวงเงินแค่กว่า 5,000 ล้านบาท”

ทั้งนี้บล.กสิกรไทยฯ ประมาณกำไรของตลาดปีนี้จะทรงตัวเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว คาด EPS ปี 2562 จะอยู่ระดับ 96-97 บาทต่อหุ้น ส่วนปี 2563 จะเติบโตจากปีนี้ราว 10-12% หรือที่ EPS ระดับ 105-106 บาทต่อหุ้น 

หน้า 17 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3509 ระหว่างวันที่ 29 กันยายน - 2 ตุลาคม 2562