
ผ่านเกณฑ์รับเงิน 1,000 บาท วันแรก 8 แสนราย
คลังเผย ประชาชนผ่านเกณฑ์ได้รับเงิน 1,000 บาท วันแรก 8 แสนราย อกหักเกือบ 2 แสน เหตุกรอกข้อมูลผิด ไม่ใส่เลข OTP ใส่จังหวัดซ้ำทะเบียนบ้าน ประกาศเอาผิดคนให้แลกเงินสดออกจากแอพฯเป๋าตังแน่
นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)ฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การลงทะเบียน ชิมช้อปใช้ มีผู้สนใจลงทะเบียนเต็มโควต้า 1 ล้านคน ตลอดทั้ง 4 วันที่ผ่านมา โดยจากข้อมูลพบว่า 54% ของจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งหมด เป็นประชาชนในวันทำงาน อายุระหว่าง 31-60 ปี รองลงมาเป็นวัยเริ่มต้นทำงานอายุ 22-30 ปี ลงทะเบียน 32% ตามด้วยนักศึกษา อายุ 18-21 ปี ลงทะเบียน 8% เเละผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ลงทะเบียนทั้งหมด 6% โดยผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ได้กระจายไปใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยจำนวนผู้ต้องการไปเที่ยวเเละใช้สิทธิ์ ในภาคกลางสูงถึง 43% ภาคอีสาน 16% ภาคตะวันออก 15% ภาคใต้ 11 ภาคเหนือ 9% เเละตะวันตก 6%
ทั้งนี้ผู้ที่ลงทะเบียนวันเเรก ในวันที่ 23 ก.ย. มีผ่านเกณฑ์การตรวจสอบ จำนวน 807,321 ราย คิดเป็นวงเงินกว่า 800 ล้านบาท โดยผู้ที่ผ่านเกณฑ์ได้ตรวจสอบจากความซับซ้อนของจังหวัดในทะเบียนบ้านและ การกรอกข้อมูลส่วนตัวครบถ้วน รวมถึงการลงทะเบียน ยืนยันรหัสผ่าน ทันเวลาที่กำหนด ซึ่งผู้ผ่านเกณฑ์ดังกล่าวจะทยอยได้รับ SMS ยืนยันภายในวันนี้ เเละสามารถนำเงินไปใช้จ่ายในวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป
ส่วนประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์เกือบ 2 แสนรายนั้น พบว่า เกิดปัญหาจากการยืนยันตัวตน หรือ การกรอก OTP ไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดประมาณ 75,000 ราย รองลงมาเป็นการกรอกข้อมูลส่วนตัวไม่ครบถ้วน เช่น รหัสบัตรประชาชน ไม่ตรงกับฐานข้อมูลจากกรมการปกครอง 60,000 ราย เเละมีการเลือกจังหวัดซ้ำกับทะเบียน จำนวน 56,000 ราย อย่างไรก็ตามผู้ถูกตัดสินสามารถลงทะเบียนใหม่ได้ โดยหาก ใครไม่ได้รับ SMS หรือไม่ได้มีการยืนยันสิทธิ์ ยังสามารถลงทะเบียนซ้ำใหม่ได้ ในวันถัดไปก่อนครบ 10 ล้านราย ตามเป้าหมาย
นอกจากนี้ สศค เเจ้งเตือนกลุ่มที่จะมีการโฆษณาเชิญชวน ให้นำวงเงินในแอพริเคชั่นเป๋าตังไปเเลกเป็นเงินสด ขอให้หยุดพฤติกรรม เพราะเป็นการกระทำที่ขัดต่อวัตถุประสงค์การใช้วงเงินดังกล่าว หากตรวจสอบพบการกระทำดังกล่าว ร้านค้าจะถูกตัดสิทธิ์จากโครงการเเละดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะเดียวกันสศค.ยังตรวจสอบข้อมูลและได้ทยอยตัดสิทธิ์ร้านค้าที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เช่น ร้านขายล็อตเตอร์รี่ ที่ถูกตัดไปแล้วกว่า 100 ร้านค้า ร้านจำหน่ายสุราเครื่องดื่มเเอลกอฮอล์เป็นการเฉพาะ และ วินมอเตอร์ไซค์ ด้วย
นอกจากนี้ สศค.ยังได้ประเมินภาวะเศรษฐกิจในเดือนสิงหาคมพบว่าในด้านการใช้จ่ายในสัญญาณชะลอตัว จากเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะการส่งออกสินค้า ส่วนในด้านการผลิต มีการปรับตัวดีขึ้น ในภาคการท่องเที่ยว จากต่างประเทศ ที่กลับมาขยายสูงสุดในรอบ 8 เดือน บวกกับการขยายตัวของภาคการเกษตร ส่วนเสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี
อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามสถานการณ์ความผันผวน ของเศรษฐกิจโลกที่มีผลต่อการส่งออก โดยเดือนสิงหาคม มูลค่าการส่งออกชะลอตัว ติดลบ 4 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย 8 เดือนแรกของปีนี้การส่งออก ยังติดลบ 2.2% แต่ทั้งปีคาดการณ์ว่าจะติดลบ 0.9% ซึ่งช่วงเดือนที่เหลือของปีนี้การส่งออกจะต้องไม่ติดลบ เพื่อจะทำให้การส่งออกทั้งปีเป็นไปตามคาดการณ์ไว้
ส่วนจีดีพีทั้งปีนี้ ในเดือนต.ค.สศค.จะประกาศตัวเลขจีดีพีใหม่ ซึ่งจะประเมินผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมและ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วนมูลค่า 3 แสนล้านบาท ที่ออกมา ว่าจะมีผลต่อเศรษฐกิจมากน้อยเพียง โดยปัจจุบัน สศค.ยังคาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 3%






