
วีซ่าหนุนคนไทย ใช้ Contactlessจ่ายเงิน
รายงาน
หลังวีซ่า ประกาศผลักดันให้ไทยหันไปใช้เทคโนโลยี Contactless หรือ การชำระเงินแบบไร้สัมผัส แทนบัตรเครดิตและเดบิตมากขึ้น เพื่อลดความยุ่งยาก เพียงแค่แตะ Contactless ที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาข้อมือสมาร์ทโฟน หรือ บัตรลงบนเครื่องชำระเงิน ในระยะห่างไม่เกิน 4 เซนติเมตรก็สามารถชำระเงินได้แล้ว เพราะวีซ่าต้องการเข้าไปมีส่วนในเรื่องของ Smart City ที่เป็นมากกว่าการใช้บัตรซื้อสินค้า
โครงการที่นำ Contactless มาใช้และประสบผลสำเร็จชัดเจน คือ Mass Transit system รูปแบบการชำระเงินระบบขนส่งสาธารณะ โดยล่าสุดที่นำมาใช้คือ ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือน นายคูนาล ชาเทอร์จี ผู้จัดการวีซ่าประจำประเทศสิงคโปร์และบรูไนเล่าให้ฟังว่า พฤติกรรมผู้บริโภคของคนสิงคโปร์จะอยู่กับโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา ทำให้ยอดใช้จ่ายต่างๆผ่านสมาร์ทโฟน มีเพียง 20% เท่านั้นที่ใช้เงินสด ที่เหลือ 80% จะใช้ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสอดคล้องกับรัฐบาลสิงคโปร์ที่ต้องการผลักดันและเปิดรับเรื่อง e-Payment ทั้งในส่วนของประ ชาชนทั่วไปและภาคธุรกิจ ทำให้อัตราการใช้ Contactless เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคนสิงคโปร์จะถือบัตรเฉลี่ย 5-7 ใบต่อคนและมากกว่า 75% จะเป็น Contactless ซึ่งถือเป็นประเทศอันดับต้นๆที่ใช้
ทั้งนี้หลังเปิดตัว Mass Transit system เพียง 1 เดือน มีธุรกรรมการใช้มากกว่า 1 ล้านรายการ แม้ว่าสิงคโปร์จะเป็นประเทศเล็กๆ แต่มีจุดรับชำระเงินแบบ Contactless มากกว่า 3 หมื่นจุด เทียบเท่าลอนดอน ในอังกฤษ และคาดว่า ปริมาณธุรกรรมจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงจุดรับชำระเงิน เนื่องจากสิงคโปร์จะมีการสร้างรถไฟ MRT อีก 2-3 เส้นทาง
“วีซ่าทำแบบ Open loop คือ บัตร 1 ใบสามารถทำได้หลายอย่างทั้ง ซื้อของ จ่ายค่าโดยสาร ซื้อกาแฟ ดูหนังได้ ซึ่ง Contactless เป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยได้สะดวกขึ้น แต่สิ่งสำคัญและลงทุนสูงสุดคือ การให้ความรู้กับตลาดและผู้บริโภค ไม่ว่าวีซ่าจะเปิดตัวอะไรมา”
สำหรับประเทศไทย นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่าประจำประเทศไทยเล่าให้ฟังว่า วีซ่าจะนำประสบการณ์จากประเทศและเมืองอื่นๆที่ดำเนินการไปแล้วในเรื่องของ Mass Transit system แบบ Open loop โดยใช้เทคโนโลยี Contactless มาพัฒนาปรับปรุงให้เข้ากับระบบของไทย ซึ่งไทยเป็นตลาดที่มีโอกาสมาก เนื่องจากประชากร70 ล้านคน มีบัตรกว่า 80 ล้านใบ และมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเฉลี่ยปีละ 40 ล้านคน ซึ่งจะช่วยการเดินทางที่ง่ายขึ้น
สุริพงษ์ ตันติยานนท์
ปัจจุบันวีซ่าได้พูดคุยกับรถไฟใต้ดิน MRT ซึ่งให้ความสนใจและอยู่ระหว่างทำงานร่วมกันและเชิญพันธมิตรรายอื่น เนื่องจากระบบ Mass Transit system แบบ Open loop จะเกิดขึ้นได้จะต้องร่วมมือกับหลายฝ่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และระบบการชำระเงินอื่นๆ อย่างไรก็ดี หากสามารถผลักดันได้จะช่วยเศรษฐกิจภาพใหญ่ในการลดต้นทุนเงินสดลง ซึ่งจากการศึกษาของ MRT สิงคโปร์ พบว่า รายได้ค่าโดยสาร 1 เหรียญจะมีค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน 14% ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงมาก แต่หากเปลี่ยนมาชำระผ่านอิเล็กทรอนิกส์ จะเหลือค่าใช้จ่ายเพียง 4% และการบริหารส่วนต่างๆ ดีขึ้น
ขณะเดียวกัน ในปี 2563 สิ่งที่วีซ่าจะมุ่งเน้นมากขึ้น จะเป็นเรื่องการส่งเสริมเทคโนโลยี Contactless ให้มีการใช้มากขึ้นผ่านการทำแคมเปญต่างๆ รวมถึงการให้ความรู้กับผู้บริโภค ซึ่งปัจจุบันสถาบันการเงินหลายแห่งทยอยออกบัตรเครดิตที่เป็น Contactless แล้ว แต่ภายในเดือนตุลาคมปีนี้ บัตรเครดิตที่ออกใหม่ทุกใบ จะเป็นเทคโนโลยี Contactless ทั้งหมด และคาดว่า บัตรเครดิตและเดบิตจะเป็น Contactless 100% ภายใน 5 ปี รวมถึงเครื่องรับบัตร(EDC)จะสามารถรองรับระบบการชำระเงินไร้สัมผัสได้ด้วย
หน้า 19-20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,508 วันที่ 26-28 กันยายน 2562






