
ดาวโจนส์ปิดบวก 14.92 จุด คาดสัญญาณบวกเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนเดือนหน้า
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดเมื่อคืนนี้ ( 23กันยายน ) ที่ 26,949.99 จุด เพิ่มขึ้น 14.92 จุด หรือ +0.06%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,991.78 จุด ลดลง 0.29 จุด หรือ -0.01% และ ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,112.46 จุด ลดลง 5.21 จุด หรือ -0.06 %
ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลดลงในช่วงแรก จากความกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอ หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจยุโรปที่ซบเซา อย่างไรก็ดีได้พลิกตัวปิดแดนบวก จากการที่นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มปลอดภัย หลังไอเอชเอส มาร์กิต เปิดเผยว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นของยูโรโซน ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.4 ในเดือนกันยายนซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 75 เดือน จากระดับ 51.9 ในเดือนสิงหาคม โดยถูกกดดันจากการชะลอตัวลงของการจ้างงานและทิศทางราคา ประกอบกับภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่นลดลง
ขณะที่ดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นในฝั่งของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 51.0 ในเดือนกันยายนซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน จากระดับ 50.7 ในเดือนสิงหาคม แต่ดัชนี PMI ยังคงถูกกดดันจากการชะลอตัวของการจ้างงาน ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจในช่วง 12 เดือนข้างหน้าปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ตลาดหุ้นวอลสตรีทยังขานรับข่าวที่ว่า จีนสั่งซื้อถั่วเหลือง 600,000 ตันจากสหรัฐ ซึ่งการสังซื้อจำนวนดังกล่าว ถือเป็นปริมาณที่มากสุดนับตั้งแต่ที่จีนปรับเพิ่มภาษีที่เรียกเก็บจากถั่วเหลืองที่นำเข้าจากสหรัฐสู่ระดับ 25% ในเดือนกรกฏาคมปีที่แล้ว เพื่อตอบโต้สหรัฐที่ได้เพิ่มภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีน
การที่จีนสั่งซื้อถั่วเหลืองดังกล่าว ถือเป็นการส่งสัญญาณบวกต่อการบรรลุข้อตกลงการค้าในการเจรจาในระดับรัฐมนตรีระหว่างสหรัฐและจีนที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า






