thansettakij
thansettakij
แบงก์ลั่น  เข้มปล่อยกู้  ป้องก่อหนี้เกินตัว

แบงก์ลั่น เข้มปล่อยกู้ ป้องก่อหนี้เกินตัว

20 ก.ย. 62 | 03:20 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ก.ย. 62 | 10:22 น.

 

กสิกรไทย ลั่นปล่อยสินเชื่อระมัดระวัง ไม่หนุนคนก่อหนี้เกินตัว กระตุ้นหนี้ครัวเรือนพุ่ง เชื่อทุกแบงก์ทำเหมือนกัน ยันไม่ปรับเป้าสินเชื่อโต 5-7% รายย่อย-รายใหญ่ยังพอไปได้ ด้านกรุงไทย ยันระมัดระวังปล่อยสินเชื่อ ลั่นไม่ทำแคมเปญกระตุ้นลูกค้าก่อหนี้เพิ่มหนี้ครัวเรือน รับสินเชื่อหดตัวทั้งระบบ คาดทั้งปีตํ่าเป้า 4-5%

ปัญหา​หนี้ครัวเรือน​ที่เพิ่่มขึ้นต่อเนื่อง จนล่าสุดยอดคงค้างสูงถึง 13 ล้านล้านบาทเมื่อสิ้นไตรมาส 1/2562 เพิ่มขึ้น 6.3% คิดเป็น 78.7% จีดีพี ยังเป็นประเด็นที่ถุูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศ ไทย (ธปท.) นายวิร​ไท สันติประภพ ระบุว่า สาเหตุสำคัญ​เกิดจากรัฐบาล​ก่อนหน้าที่​มีนโยบาย​รถคันแรก ที่เป็นตัวเร่งหนี้ครัวเรือน​ขึ้นมา และต่อมามีการแข่งขัน​ปล่อยสินเชื่อรายย่อย​ของผู้ให้บริการ​ทางการเงิน ที่ทำโปรโมชัน​ผ่อน​ 0% กันมาก​ แต่จากการลงนามระหว่างสมาคมธนาคารไทยและธนาคารพาณิชย์ในเรื่องการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบไปแล้ว ทำให้เห็นสัญญาณว่า จากนี้การทำโปรโมชันผ่อน 0% จะค่อยๆลดลง

นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคาร กสิกรไทย จำกัด(มหาชน)เปิดเผยว่า ธนาคารมีความเป็นห่วงเรื่องแนวโน้มหนี้ครัวเรือนที่​เพิ่มสูง​ขึ้น​เช่น​กัน​ จึงพิจารณา​สินเชื่อ​อย่างระมัดระวัง​อยู่​แล้ว ซึ่ง​ตามปกติ​มองว่า ผู้กู้ไม่ควรมีสัดส่วน​ภาระหนี้ต่อรายได้(DSR)เกิน​ 40% ซึ่ง​ธนาคารทุกแห่งก็เป็นไปในทิศทางนั้น ทำให้​เห็นได้ว่า อัตรา​การเติบโตสินเชื่อ​ของ​ธนาคารลดลงไม่สูงอย่างแต่ก่อน​ ส่วนหนึ่งเกิด​จากการเพิ่มความ​ระมัดระวัง​มากขึ้นของธนาคาร​พาณิชย์​เอง​ แต่ไม่ใช่การแตะเบรกปล่อยสินเชื่อ

 

แบงก์ลั่น  เข้มปล่อยกู้  ป้องก่อหนี้เกินตัว

ปรีดี ดาวฉาย

ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งต้องดูแล​ในส่วนของโปรโมชัน​ต่างๆ ที่ดึงดูด​ให้เกิดการก่อหนี้โดย​ไม่จำเป็น รวมถึงปลูกฝังเรื่องพฤติกรรม​การใช้จ่าย​ การก่อหนี้ของผู้บริโภค​ด้วย​ ซึ่งที่ผ่านมาธปท. สมาคมธนาคารไทย และธนาคารพาณิชย์ร่วมมือปล่อยสินเชื่ออย่าง
รับผิดชอบ(Responsible Lending)ซึ่งทำร่วมกันทั้งระบบ แต่การเปลี่ยนพฤติกรรมอาจจะเป็นเรื่องยาก จึงได้คุมการใช้จ่ายเกินตัว เช่น เดิมธนาคารสามารถปล่อยบัตรเครดิตให้ลูกค้าถือกี่ใบก็ได้ แต่ปัจจุบันมีการจำกัดวงเงินและสถาบัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี

 

“เรื่อง​หนี้ครัวเรือน ​เราอาจต้องดูทั้ง​ 2 ฝั่ง​ โดยฝั่งสถาบัน​การเงิน ก็ต้องดูไม่ให้เกิดการก่อหนี้เกินตัว​ เช่น ให้ไปเที่ยวก่อนผ่อนที่หลัง อันนี้ก็ไม่ควร ซึ่ง​เกณฑ์​ DSR เป็นความพยายามของธปท.และธนาคารที่พูดถึงเรื่องหนี้ครัวเรือน แต่ขณะเดียวกัน​ผู้​บริโภค​ก็ต้องพิ​จารณา​สถานภาพ​ของตัวเอง​ด้วย​ ไม่ใช่ตกงานอยู่ แต่ยังไม่ยอมหยุดเที่ยว แต่ยังกู้ไปเที่ยว 0% ผ่อนนาน 10 เดือน​อยู่​ แล้วในอนาคต​หากไม่มี​รายได้เข้ามา​จะใช้หนี้ได้อย่างไร แน่นอนหากเป็นหนี้เสียก็ย่อมมีผลต่อระบบ”

แบงก์ลั่น  เข้มปล่อยกู้  ป้องก่อหนี้เกินตัว

อย่างไรก็ดีธนาคาร กสิกรไทย​ยังคงเป้าหมาย​สินเชื่อ​เติบโต​ 5-7% ซึ่งมองว่า เป็นภาวะโดยรวมที่สินเชื่อโตช้า และแม้ธนาคารจะระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อรายได้หรือกำไรมากนัก เพราะถ้าปล่อยสินเชื่อเยอะ แต่หนี้เสียเยอะ ก็ไม่เป็นผลดี แต่โตน้อยลงหน่อย ไม่มีหนี้เสียเลย ถือเป็นเรื่องที่ดี โดยมองว่า สินเชื่อรายย่อยและรายใหญ่ยังมีโอกาสโต ซึ่งธนาคารเองพยายามหาช่องทางในการขยายตัว หากมีลูกค้าต้องการเงินทุน ธนาคารจะเข้าไป แต่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานด้วย

“หากไม่ทำอะไร หนี้​ที่ไม่ก่อให้เกิด​รายได้ (เอ็นพีแอล​)มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกวัน ซึ่งที่ผ่านมา ธนาคารได้ปรับเปลี่ยนนโยบายการบริหารเอ็นพีแอลใหม่ จากเดิมที่จะตัดขายเอ็นพีแอลทิ้งไป แต่ปัจจุบันหันมาบริหารเอง ทำให้ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า โดยที่การตั้งสำรองครบหมดแล้ว ส่วนตัวเลขเอ็นพีแอลคาดว่า กสิกรไทยอยู่ในระดับสูงไปแล้วตั้งแต่ปี 2560 จากปัจจุบัน​ 3.44% คาดว่าทั้งปีคุมไม่เกิน 3.7%”

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ธนาคารกรุงไทยให้ความสำคัญกับทิศทางหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อเป็นปกติ ทั้งในส่วนของการทำแคมเปญ และการพิจารณาสินเชื่อ แม้จะไม่มีเรื่องของหนี้ครัวเรือนก็ตาม โดยธนาคารจะพิจารณาปล่อยสินเชื่อเป็นไปตามสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) ให้อยู่ในกรอบที่ธปท. กำหนดไว้อยู่แล้ว

 

อย่างไรก็ดี ภาพรวมสินเชื่อที่ชะลอตัวลง จะเห็นว่า สินเชื่อลดลงเป็นไปทั้งระบบ ไม่เพียงเฉพาะธนาคารกรุงไทยเท่านั้น และมองว่า ไม่ได้มาจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่กดดันอย่างเดียว แต่จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและปัญหาจากสงครามการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ และจีนที่กดดันการเติบโตในภาคส่งออก ทำให้สินเชื่อลดลงทั้งระบบ

“เรื่องปัญหาหนี้ครัวเรือนเราพูดกันมาตลอด เราดูภาระหนี้ตามกรอบธปท.บวกลบเล็กน้อย และกรุงไทยเองก็ไม่ได้เป็นตัวการให้หนี้เพิ่มขึ้น เราไม่เน้นทำแคมเปญส่งเสริมให้ลูกค้าใช้จ่ายเกินตัว และเชื่อว่า แบงก์อื่นก็ไม่ได้ทำ ตัวการจริงๆ คือ หนี้นอกระบบ และที่สินเชื่อชะลอตัวก็เป็นทั้งระบบ ซึ่งเราเองคาดว่า สินเชื่อปีนี้มีโอกาสตํ่ากว่าเป้าหมายที่วางไว้เดิมที่ 4-5% ซึ่งกลุ่มธุรกิจที่ยังเห็นการเติบโตจะเป็นธุรกิจรายใหญ่ และสินเชื่อรายย่อยยังเป็นตัวผลักดันการเติบโตอยู่”

 

หน้า 19-20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,506 วันที่ 19-20 กันยายน 2562

แบงก์ลั่น  เข้มปล่อยกู้  ป้องก่อหนี้เกินตัว