thansettakij
thansettakij
‘FSMART’รุกธุรกิจใหม่  รับดิจิทัลชิงตลาดเติมเงิน  

‘FSMART’รุกธุรกิจใหม่  รับดิจิทัลชิงตลาดเติมเงิน  

08 ก.ย. 62 | 07:32 น.

FSMART มั่นใจรายได้โต 3-5% ก่อนทำนิวไฮในปีหน้า ปรับตัวสู้ดิสรัปต์ รุกสินเชื่อรายย่อยเป้า 500 ล้านบาท เน้นลูกค้ากลุ่มตัวแทนตู้บุญเติมเพิ่มฐานรายได้ 150 ล้านบาท

ราคาหุ้นบริษัทฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (FSMART) ในช่วง 1 เดือนได้ปรับลดลง 14.8% ราคาปิดเมื่อวันที่ 5 กันยายนอยู่ที่ 6.75 บาท จากราคาปิดเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ 7.75 บาท โดยมีมูลค่าซื้อขายมากเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมาถึง 339 ล้านบาท ฉุดให้ราคาหุ้นรูดวันเดียวกว่า 11%

นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการบริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) FSMART กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” มั่นใจว่ารายได้ปี 2562 จะเติบโตจากปีก่อน 3-5% และทำนิวไฮในปี 2563 หลังจากที่บริษัทได้ปรับตัวขยายสู่ธุรกิจ
อื่นเพิ่ม

“ธุรกิจหลักตู้เติมเงินถูก ดิสรัปชันด้วยเทคโนโลยี บริษัทได้ปรับตัวตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว หันไปทำในสิ่งที่เราคิดว่าเทคโนโลยีไม่สามารถแทนที่ได้ว่ามีธุรกิจอะไรบ้าง โดยอิงจากจุดแข็งที่มีคือ ตู้เติมเงินบุญเติม 1.3 แสนตู้ทั่วประเทศ ด้วยการขยายช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น”

‘FSMART’รุกธุรกิจใหม่  รับดิจิทัลชิงตลาดเติมเงิน  

รุกสู่ธุรกิจ Banking Agent ในสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 7 ธนาคาร จากที่ให้บริการแล้ว 4 ธนาคารคือธนาคารกรุงไทย กสิกรไทย กรุงศรี และออมสิน และเดือนตุลาคมจะเพิ่มธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นอกจากนี้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้จะให้บริการขายสลากธ.ก.ส. นอกเหนือจากการรับฝาก และโอนเงิน ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับธนาคารกรุงเทพเป็นรายต่อไป

“การโอนเงินผ่านตู้ ล่าสุดอยู่ที่ 700 ล้านบาทต่อตู้หรือ 1 ล้านรายการต่อเดือน แนวโน้มจะโตขึ้นเรื่อยๆ ด้วยทิศทางของแต่ละธนาคารที่ลดจำนวนสาขาลง ผลักดันให้ลูกค้ามาใช้บริการผ่านตัวแทนมากขึ้น”

‘FSMART’รุกธุรกิจใหม่  รับดิจิทัลชิงตลาดเติมเงิน  

ณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี

ส่วนธุรกิจปล่อยสินเชื่อลูกค้ารายย่อย ภายในไตรมาส 4 ปีนี้คาดจะได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ช่วงแรกจะเริ่มปล่อยสินเชื่อบุคคลและนาโนไฟแนนซ์ และปี 2563 จึงเริ่มสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ตั้งเป้าภายใน 1 ปี วงเงินสินเชื่อ 500 ล้านบาท หรือประมาณ 5 หมื่นสัญญา สัญญาละ 10,000 บาท เน้นไปยังลูกค้าที่เป็นตัวแทนของตู้บุญเติม ปัจจุบันมี 1 แสนราย

ด้านธุรกิจบริการตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติเป็นธุรกิจที่มีมาร์จินสูง ล่าสุดมี 2,500 ตู้ ภายในสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 4,000 ตู้ และในปี 2563 จะเพิ่มเป็น 10,000 ตู้ รวมทั้งเพิ่มสินค้าที่จำหน่ายทั้งอาหารและขนม ล่าสุดเป็นตู้ขายกาแฟสด ขณะเดียวกันได้เข้าสู่ธุรกิจพลังงานไฟฟ้า “สถานีบริการชาร์จ” ให้กับรถจักรยานยนต์ (EV) ให้บริการไตรมาส 4 ปีนี้ 10 จุดในกรุงเทพฯ และคาดว่าในกรุงเทพฯน่าจะมี 1,000 จุดเพื่อให้ครอบคลุม

ส่วนธุรกิจหลัก “ตู้เติมเงิน” มีสัดส่วน 75% ของรายได้ บริษัทยังคงรักษาฐานลูกค้ากลุ่มนี้ที่มี 22 ล้านเบอร์ มูลค่าเติมเงินผ่านตู้บุญเติมปีละ 30,000 ล้านบาท ให้อยู่ระดับทรงตัว

 

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวต่อว่าโครงสร้างรายได้ในปีแรกอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงนัก แต่ในปี 2563 จะเห็นสัดส่วนเพิ่มขึ้น 3-4% มาจากรายได้ปล่อยสินเชื่อ 500 ล้านบาท ที่คิดดอกเบี้ยเฉลี่ย 20% โดยปีหน้าจะมีรายได้ส่วนนี้เข้ามา 100-150 ล้านบาท

“รายได้ครึ่งปีหลังจะเติบโตกว่าครึ่งปีแรก ส่งผลให้รายได้ปีนี้เติบโต 3-5% และจะเพิ่มเป็นกอบเป็นกำในปี 2563 เนื่องจากธุรกิจใหม่ ๆที่เริ่มทำในไตรมาส 4 นี้”

ผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2562 บริษัทมีรายได้ 1,737.27  ล้านบาทลดลง YoY 4.7% และมีกำไรสุทธิ 294.76 ล้านบาท ลดลง YoY  0.22% 

กรรมการผู้จัดการ  FSMART ยืนยันว่าผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท ยังไม่มีขายหุ้นออก ส่วนแผนการบริหารหุ้นที่บริษัทซื้อกลับคืนมา 20 ล้านหุ้น สัดส่วน 2.5% ต้องรอให้ราคาหุ้นปรับขึ้นก่อน เพราะมีต้นทุนที่หุ้นละ 9.30 บาท ถึงเวลานั้นถึงจะเรียกประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งยังมีกรอบเวลาภายใน 3 ปี

หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,503  วันที่ 8-11 กันยายน 2562

                      ‘FSMART’รุกธุรกิจใหม่  รับดิจิทัลชิงตลาดเติมเงิน